สมการ ‘สว.ระเหิด’ รออีก 10 เดือน ให้สว.หมดวาระ 11 พ.ค. 2567 เพื่อปิดสวิตช์โหวตนายกฯ ถูกเสนอขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนในการจัดตั้งรัฐบาล เลือกนายกฯ
มีเสียงขานรับอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในโลกโซเชี่ยลจนกลายเป็นวลี “รอมา 9 ปีแล้ว รออีก 10 เดือนทำไมจะไม่ได้”
ประเด็นนี้นำมาสู่ความห็นต่างเกี่ยวกับอำนาจสว. โหวตนายกฯสองทนายชื่อดัง นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง โพสต์เฟซบุ๊กเตือน สว.ไม่ได้อยู่อีกแค่ 10 เดือน และสว.รักษาการยังมีสิทธิเลือกนายกฯได้
บทเฉพาะกาลมาตรา 269 ในรัฐธรรมนูญ 60 กำหนดวาระ 250 สว.ไว้ 5 ปี ซึ่งจะสิ้นสุดลง 11 พ.ค.2567 แต่สว.ยังรักษาการต่อได้จนกว่าจะมีสว.ชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 269(6) + 109 ซึ่งไม่มีบทบัญญัติและบทเฉพาะกาลใดห้าม สว.รักษาการเลือกนายกฯ
ขณะที่พ.ร.ป.การได้มาซึ่งสว. พ.ศ.2561 การเลือกสว.มีขั้นตอนมาก อาจใช้เวลานานอย่างน้อย 6 เดือน หรือ 1 ปี
ด้าน นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมาย เพื่อสิทธิและเสรีภาพ ก็ระบุ รัฐธรรมนูญ มาตรา 109 วรรคสาม บัญญัติว่า “เมื่ออายุของวุฒิสภาสิ้นสุดลง ให้สมาชิกวุฒิสภาอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีสมาชิกวุฒิสภาขึ้นใหม่”
ชัดเจนว่า การครบวาระจริงของสว.ต่อเมื่อมี สว.ชุดใหม่แล้ว สว. 250 คนที่ คสช.เสนอแต่งตั้ง แม้ระหว่างรักษาการตามมาตรา 109 วรรคสาม รัฐธรรมนูญ 60 ก็ไม่มีบัญญัติเป็นข้อห้ามมิให้ สว.ชุดเดิมโหวตนายกฯ ไว้เลย จึงควรตั้งรัฐบาลให้ได้ ให้ประเทศเดินหน้า คือหนทางที่ดีกว่า
ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ชี้แจงว่า แม้ระหว่างการคัดสรร สว.ชุดใหม่ สว.ชุดเก่าต้องรักษาการต่อ แต่จะไม่มีส่วนในการเลือกนายกฯ ในช่วงรักษาการได้ เพราะการเลือกนายกฯล็อกเอาไว้ 5 ปี พอครบ 5 ปีวันที่ 11 พ.ค.2567 ก็หมดไป สว.ที่รักษาการให้อยู่เพื่อปฏิบัติหน้าที่อื่น ไม่ใช่การเลือกนายกฯ ตามมาตรา 272
โดยที่นักวิชาการด้านกฎหมายเห็นไปทางเดียวกัน นายณัฐกร วิทิตานนท์ คณะรัฐศาสตร์ฯ ม.เชียงใหม่ กล่าวว่า เมื่อสว.ครบวาระ 11 พ.ค.2567 หากยังนั่งรักษาการต่อไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ไม่มีอำนาจโหวตเลือกนายกฯ ได้ เพราะเมื่อสิ้นสุดวาระ 5 ปี หมายถึงอำนาจพิเศษที่เคยมีในการโหวตเลือกนายกฯ จะหมดไปพร้อมกับวาระ 5 ปี การโหวตเลือกนายกฯ เป็นหน้าที่พิเศษที่ให้มาแค่ 5 ปี ย้ำว่าได้หมดไปแล้วพร้อมวาระ
จากนั้นกระบวนการสรรหา สว.ก็ดำเนินไปตามขั้นตอน ซึ่ง สว. ชุดใหม่ไม่ได้มีอำนาจเข้ามาโหวตเลือกนายกฯ อยู่แล้ว และจำนวน สว.ก็จะลดจาก 250 คนเหลือ 200 คน
ด้านนายยุทธพร อิสรชัย คณะรัฐศาสตร์ มสธ. กล่าวว่า ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ สว.รักษาการไม่มีอำนาจเลือกนายกฯ เพราะ รัฐธรรมนูญบัญญัติการเลือกนายกฯ ของสว.จะทำในช่วง 5 ปีแรก เมื่อทำหน้าที่เกิน 5 ปีแรกไปแล้ว แม้สว.จะรักษาการต่อ ก็ไม่มีอำนาจตามมาตรา 272
นอกจากนี้ สว.และสภานิติบัญญัติ ไม่เหมือนฝ่ายบริหารคือรัฐบาล ที่มีหลักการที่เรียกว่าความต่อเนื่องของฝ่ายบริหาร หรือที่เรียกว่าประเทศจะขาดรัฐบาลไม่ได้ ขณะที่ฝ่ายนิติบัญญัติ มีหน้าที่ 3 กรอบ คือเป็นตัวแทนประชาชน ออกกฎหมาย ตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหาร ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่มีความจำเป็นต้องยึดหลักความต่อเนื่องเหมือนกับฝ่ายบริหาร แม้สว.จะรักษาการก็ทำหน้าที่ได้ 3 กรอบนี้ ส่วนการเลือกนายกฯ ไม่ได้รวมอยู่ด้วยแต่เป็นบทเฉพาะกาลซึ่งกำหนดให้สิ้นสุดลงใน 5 ปี จึงไม่น่ากระทบต่อการโหวตนายกฯ
นายยุทธพรกระตุกให้คิดว่า หากสถานการณ์ดำเนินไปจนถึงเวลานั้นก็เชื่อว่าคงมีคนไปตีความวินิจฉัยเพื่อให้ตัวเองมีอำนาจโหวต นายกฯ ฉะนั้นถ้าไม่อยากให้เป็นปัญหาก็ควรเลือกนายกฯ ให้จบก่อน ไม่ต้องรอถึง 10 เดือน
นายประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ มองว่า 10 เดือนนานไป แต่ที่น่าสนใจคือที่ประชาชนบอกว่ารอได้ สะท้อนว่าคนจำนวนมากไม่ต้องการให้ฝ่ายขั้วอำนาจเก่ากลับมาเป็นรัฐบาล ถ้า 8 พรรคอ่านการเมืองออกต้องจับมือกันทำ “สงครามความชอบธรรม” แรงกดดันจะไปอยู่ที่สว. และไม่ต้องรอถึง 10 เดือน
พรรคก้าวไกลเองก็เห็นว่า 10 เดือนนานเกินไป นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล มองบนเกมเดียวกันว่า ไม่ได้บอกให้รอ 10 เดือน แต่ถ้า 8 พรรคจับมือกันไป ความกดดันตกไปอยู่กับสว. และเริ่มนับถอยหลัง เพราะเวลาที่ขวางการจัดตั้งรัฐบาล จะน้อยลงทุกที สุดท้ายการจัดตั้งรัฐบาลจะได้ก่อน 10 เดือน
นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ระบุชัดการจัดตั้งรัฐบาลรอ 10 เดือนนานเกินไป ถือเป็นฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุดและ สุดขั้ว แค่มองว่ายืดเยื้อหน่อยจากที่คาดหวัง หาก 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลยังจับมือกันไว้แน่น แรงกดดันจะไปอยู่ที่ สว.