FootNote : รวมไทยสร้างชาติ พลังประชารัฐ มือไมตรี อันนำเสนอ ต่อเพื่อไทย
ท่ามกลางคำยืนยันจากพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะจาก นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ไม่ว่าจะจาก นายภูมิธรรม เวชยชัย ไม่ว่าจะจาก นายประเสริฐ จันทรรวงทอง บนพื้นฐานแห่งการตัดสินใจการเมือง
1 ถอนตัวออกจากการร่วมเป็นพันธมิตรกับพรรคก้าวไกล ภายใต้ข้อตกลงร่วมหรือ MOU เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม
ขณะเดียวกัน จะเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลกับพันธมิตร “ใหม่”
โดยพื้นฐานอาจจะเป็นพรรคการเมืองจำนวนหนึ่ง ซึ่งเคยร่วมอยู่ตั้งแต่แรก อาทิ พรรคประชาชาติ พรรคเสรีรวมไทย พรรคพลังสังคมใหม่
พร้อมกันนั้นก็เชื่อกันว่า จะสานต่อความสัมพันธ์กับพรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคชาติพัฒนากล้า
แม้ ณ วันนี้อาจจะยังไม่ก้าวไปถึงขั้นยื่นมือแห่งไมตรี ไปสู่พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากยังเร็วเกินไปและยังไม่มีความจำเป็น
กระนั้น หากประเมินจาก “ท่าที” ของพรรคพลังประชารัฐ ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็สัมผัสได้ในด้านบวก
พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ มีความพร้อม
รูปธรรมหนึ่งยังเห็นได้จากการจัดขบวนภายในพรรคพลังประชารัฐ ที่ไม่เพียงแต่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะเลขาธิการพรรค แทน นายสันติ พร้อมพัฒน์
หากยังมีการแต่งตั้ง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ให้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานที่ปรึกษาพรรค
ดำรงอยู่อย่างเป็นตัวแทน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ขณะเดียวกัน พรรครวมไทยสร้างชาติไม่เพียงแต่ยังประทับใจจากการได้รับเชิญไปร่วมโต๊ะมินต์ช็อก กับคณะนำของพรรคเพื่อไทยอย่างอบอุ่นมากด้วยไมตรี
หากแต่ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค ยังออกมาไขให้รับรู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ถอนตัวออกจากพรรครวมไทยสร้างชาติ แล้วอย่างสมบูรณ์
พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ จึง “พร้อม”
อาจกล่าวได้ว่าท่าทีไม่ว่าจะมาจากพรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติพัฒนากล้า ล้วนเป็นคุณต่อการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทย
ในเมื่อแยกขาดจากพรรคก้าวไกลได้ทุกอย่างจึงราบรื่น
ไม่เพียงแต่ราบรื่นเมื่อมองจากพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ หากราบรื่นแม้จะยื่นมือเข้าไปดึงพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ มาเป็นพันธมิตร
นี่ย่อมเป็นจังหวะก้าวใหม่ นี่ย่อมเป็นมิติใหม่ อันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกของพรรคเพื่อไทย