ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดี เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม กรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นร้องขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 213
กรณีรัฐสภา มีมติตีความว่าการเสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบในรอบที่สองนั้น
ถือเป็นญัตติทั่วไป ต้องห้ามนำเสนอญัตติซ้ำอีกตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 ข้อ 41 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 หรือไม่
ในชั้นนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้เลื่อนการพิจารณาออกไปเป็นวันที่ 16 สิงหาคม ซึ่งทุกฝ่ายต่างรอฟังคำสั่งด้วยหัวใจอันจดจ่อ
เนื่องจากศาลระบุว่าคำร้องดังกล่าว มีประเด็นสำคัญที่จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและมีประเด็นเชิงหลักการการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
จึงให้เลื่อนการพิจารณาสั่งคำร้องว่าจะรับไว้พิจารณาหรือไม่ และให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญศึกษาข้อมูล เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย
ส่วนคำขอให้กำหนดมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัยนั้น ก็ให้รอสั่งในคราวเดียวกันกับการพิจารณาสั่งคำร้องในวันดังกล่าวเช่นกัน
ส่งผลทำให้รัฐสภาซึ่งนัดประชุมเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 4 สิงหาคมมีอันต้องระงับและเลื่อนออกไป จนกว่าศาลจะมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งออกมา
สถานการณ์การเมืองระหว่างรอการพิจารณาของศาล จึงมีความเข้มข้น เต็มไปด้วยหมากกล โดยเบื้องต้น พรรคเพื่อไทย แกนนำจัดตั้งรัฐบาลมีเป้าหมายไม่ต้องการนำเอาบางพรรคการเมืองเข้าร่วมด้วย เพราะกระแสของประชาชน
โดยมีความพยายามขอเสียงสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภา เพื่อให้การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีเป็นไปด้วยความราบรื่น เพราะไม่มีเงื่อนไขเดิมที่เคยไม่ไว้วางใจแล้ว
แต่ก็ไม่อาจมั่นใจได้ว่าจะสามารถดำเนินการตามนั้นได้ ขณะเดียวกันพรรคการเมืองขั้วอำนาจเดิมบางพรรคก็เริ่มต่อรองและกดดันอยากเข้าร่วมรัฐบาลด้วย ซึ่งเป็นไปได้ที่จะมีความเปลี่ยนแปลง
ดังนั้นเสียงของสมาชิกวุฒิสภาจึงมีความสำคัญที่จะชี้ว่าประเทศเดินหน้าไปได้หรือไม่ ในเมื่อเห็นเค้าลางของความแตกแยกของคนในชาติมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันการตั้งรัฐบาลก็เนิ่นช้าออกไปมากแล้ว