ถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงรอคอยการแก้ปัญหาอย่างถูกทิศ ถูกทาง โดยเฉพาะความหวังจากรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งหลายฝ่ายได้ข้อสรุปแล้วต้องนำการเมืองนำการทหารอย่างแท้จริง

ล่าสุดเกิดเหตุทหาร 8 นายลาดตระเวนตามแนวชายแดนริมแม่น้ำโก-ลก อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ถูกปาระเบิดและยิงซ้ำด้วยอาวุธสงคราม เป็นเหตุให้ เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 นาย

ก่อนหน้าไม่กี่วันคนร้ายวางระเบิดคาร์บอมบ์ ริมถนนข้ามทางรถไฟในพื้นที่ ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก แต่โชคดีไม่มีทรัพย์สินเสียหาย หรือผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต

จากเหตุคาร์บอมบ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนด้วยว่าเชื่อมโยงกับคดีโกดังดอกไม้ไฟระเบิดหรือไม่ เนื่องจากอยู่ ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน

ส่วนเหตุโกดังดอกไม้ไฟระเบิดที่ ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก ขณะนี้สามีภรรยาเจ้าของโกดังเข้ามอบตัวและถูกดำเนินคดีแล้ว อยู่ระหว่างขยายผลมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องผลประโยชน์ด้วยหรือไม่ ตามที่สังคมตั้งคำถามและข้อสังเกต

แต่อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ นอกจากผู้เสียชีวิตและ บาดเจ็บจำนวนมากแล้ว คือการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพลุระเบิด มีมากถึง 682 ครอบครัว รวม 2,513 คน

ประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ล้วนมีฐานะยากจน แรงระเบิดทำให้บ้านเรือนและทรัพย์สินพังพินาศ หลายครอบครัวสิ้นเนื้อประดาตัว แทบไม่ต่างจากการล้มละลาย

ที่เศร้าสลดมีผู้ได้รับผลกระทบไม่น้อยนำกล่องบริจาควางหน้าบ้าน เพื่อขอรับโดยตรงจากผู้มาให้กำลังใจ

ด้านการช่วยเหลือนั้น แม้ทางจังหวัดจะระดมความร่วมมือจากส่วนต่างๆ แต่ก็ไม่เพียงพอต่อการบรรเทาความเดือดร้อน จึงต้องเปิดบัญชีรับบริจาคสาธารณะอีกทางหนึ่ง

หรือการที่บุคคลระดับนายกฯ และรองนายกฯ ลงไปพื้นที่ แต่ก็เป็นเพียงรัฐบาลรักษาการ จึงไม่เต็มที่เท่าที่ควร โดยเฉพาะการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อช่วยเหลือเป็นการเฉพาะ ให้ประชาชนผู้เดือดร้อนกลับสู่ชีวิตปกติโดยเร็วที่สุด

ทั้งปัญหาไฟใต้ที่รอแก้ให้ถูกทิศทาง รวมถึงเหตุโกดังพลุระเบิดที่รอการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ปฏิเสธไม่ได้เป็นผลต่อเนื่องจากการตั้งนายกฯ และรัฐบาลชุดใหม่ล่าช้า การแก้ปัญหาต่างๆ ของประเทศจึงพลอยติดขัดไปด้วย

นี่ยังไม่นับปัญหาเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ ผลิตผลการเกษตร ค่าครองชีพสูง ค่าพลังงานแพง ที่สูญเสียโอกาสแก้ปัญหา ไปด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน