FootNote:สารแหลมคม เลือกตั้ง “ซ่อม” สงคราม “ตัวแทน” เริ่มขึ้นแล้ว
ไม่ว่าการเคลื่อนไหวโดยกระบวนการของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าการเคลื่อนไหวโดยกระบวนการของพรรคก้าวไกล มีส่วนอย่างสำคัญทำให้เส้นทางเลือกตั้ง “ซ่อม” ระยองมีความแหลมคม
เป็นความแหลมคมในลักษณะอันนำไปสู่สถานะแห่ง “สงคราม” ในลักษณะอันเป็น “ตัวแทน”
คล้ายกับความปรารถนาของพรรคประชาธิปัตย์ คือการผนึกตัวรวมพลังแห่งพรรคร่วมรัฐบาล “เดิม” ไม่ว่าพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ
ขณะที่ความเป็นจริงในทางการเมืองภายหลังการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ได้ทำให้องค์ประกอบเพิ่มความสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
ในเมื่อการสลายขั้วของพรรคเพื่อไทยได้ประสานเข้ากับแนวทางก้าวข้ามความขัดแย้งที่เสนอโดยพรรคพลังประชารัฐก่อให้เกิด “ขั้วใหม่” ขึ้นในทางการเมืองโดยอัตโนมัติ
ด้านหนึ่ง ทำให้สภาพของพรรคก้าวไกลถูกแยกออกมาเป็นต่างหาก ขณะเดียวกัน ด้านหนึ่งทำให้ข้อเสนอของพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปอยู่กับ “ขั้วใหม่” ในทางการเมืองอย่างกลมกลืน
ตรงนี้ย่อมสอดคล้องกับเจตจำนงที่พรรคก้าวไกลต้องการ
ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาคำปราศรัยจาก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาคำปราศรัยจาก นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค บรรสานอย่างเป็นเอกภาพ
เมื่อได้รับการขยายจาก นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ยิ่งเปี่ยมด้วยความมีชีวิตชีวา
หากประเมินจากปริมาณการเข้าร่วมของ “มวลชน” ไม่ว่าจะวัดผ่านสายตา ไม่ว่าจะหยั่งความกระหึ่ม อันมาจากเสียงขานรับในแต่ละจังหวะของประโยคเด็ด
ต้องยอมรับเป็นมวลชนอันคึกคัก หนักแน่นเป็นอย่างสูงทั้งๆ ที่เป็นระดับพื้นที่เฉพาะอย่างแกลงอย่างเขาชะเมา แต่แทบไม่ต่าง ไปจากที่เคยรับรู้ในห้วงเคลื่อนคาราวานก้าวไกลในโค้งสุดท้าย
ยิ่งเสียงขานรับดังกึกก้องมากเพียงใด ยิ่งเท่ากับเป็นการส่งสัญญาณ “เตือน” ไปยังอีกฟากฝ่ายมากเพียงนั้น
เป้าหมายแห่งการเลือกตั้ง “ซ่อม” ครั้งนี้จึงมิได้เป็นเพียงการเสนอคำถาม หากแต่ยังเท่ากับจะเป็นวัดค่าและประเมินผลของคำตอบในทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งต่อรัฐบาลเดิมของ “2 ลุง” ทั้งต่อรัฐบาลใหม่ที่กำลังก่อรูป
คำถามอยู่ที่ว่าขีดแห่งความอดทนของ “2 ลุง” จะเป็นอย่างไร คำถามอยู่ที่ว่าขีดแห่งความจำยอมของกลุ่มอำนาจ “ใหม่” จะเป็นอย่างไร
หากแต่อยู่ที่ว่าทั้งอำนาจ “เดิม” และอำนาจ “ใหม่” จะมีวิธีการในการรับมือด้วยวิธีวิทยาแบบใด
ยิ่งกว่านั้นยังกลายเป็นโจทย์ใหม่ต่อพรรคก้าวไกลอีกด้วย