FootNote : ผลสะเทือน การเมือง “ใหญ่” กับ การเลือกตั้งซ่อม ระยอง
พรรคก้าวไกลให้ “ความหมาย” ต่อการเลือกตั้งซ่อม ระยอง เขต 3 อย่างเป็นพิเศษ ไม่เพียงเห็นจากการลงพื้นที่ของ นายชัยธวัช ตุลาธน หากที่ต้องจับตาอย่างเป็นพิเศษ คือ การทุ่มเทอย่างเต็มเรี่ยวแรงจาก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์
ตั้งแต่ก่อน “สมัคร” รับเลือกตั้งและในช่วง “โค้งสุดท้าย” อาจเป็นเพราะสถานการณ์ของอดีต สส.เขต 3 ระยอง เดิมอยู่ในจุด “ลบ” ในลักษณะ “ตั้งรับ” เนื่องจากถูกรุกจากบางพรรคการเมืองและกกต.ในข้อหาเคยต้องคดี เคยต้องขัง
ประกอบกับคะแนนที่อดีต สส.ของพรรคก้าวไกลที่ได้มาก็เหนือกว่าพรรคพลังประชารัฐไม่มากนัก และหวาดเสียวอย่างยิ่งถ้าพรรคประชาธิปัตย์จับมือกับฐานดิมของพรรคพลังประชารัฐ
นั่นเป็นเหตุผลที่หนักแน่นอย่างเพียงพอ แต่ถ้าพิจารณาจากสภาพความเป็นจริงในทางการเมืองภายหลังการเลือกตั้ง ภายหลังการพยายามจัดตั้งรัฐบาล 312 เสียงก็จะเข้าใจ
เข้าใจในสภาพและความเป็นจริงที่พรรคก้าวไกลต้องประสบ และมีความจำเป็นต้องยืนหยัดอย่างแน่วแน่ มั่นคง ใช้แรงสะเทือนจากการเลือกตั้งซ่อมมาเป็น “คำตอบ”
แท้จริงแล้ว ทุกการเคลื่อนไหวมิได้อยู่ที่ชัยชนะจากการเลือกตั้งในพื้นที่ระยอง เขต 3 เท่านั้น ตรงกันข้าม ชัยชนะจากพื้นที่ระยอง เขต 3 จักต้องดำเนินไปในลักษณะ “กระดานหก”
เป็นการยืนหยัดว่า “กระแส” ของพรรคก้าวไกลในระยองยังคงหนักแน่นและแข็งแกร่ง ไม่แปรเปลี่ยน
ยิ่งกว่านั้นยังเป็นการสะท้อนชี้ให้เห็นว่า ทุกการกระทำที่รวมศูนย์เพื่อ “ต้าน” ความนิยมอันพรรคก้าวไกลได้มาจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคมเป็นเรื่องจริง มิได้เป็นเรื่องบังเอิญ
ขณะเดียวกัน นอกเหนือจาก “กันยา กาโย” จะกลายเป็นสโลแกนที่แพร่กระจายและติดปากแล้ว ที่ไปพร้อมๆ กันกับ “กาโย” คือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์
ทุกจังหวะก้าวในการเคลื่อนไหวก่อนวันที่ 10 กันยายน จึงสะท้อนทิศทางและอนาคตของพรรคก้าวไกลว่าจะเป็นอย่างไร
พลันที่ นายเศรษฐา ทวีสิน ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาด้วยคะแนน 482 นี่คือจุดเปลี่ยนในเชิงเปรียบเทียบในทางการเมือง เป็นจุดเปรียบเทียบระหว่าง “เพื่อไทย” กับ “ก้าวไกล”
การเมืองไทยได้เข้าสู่คู่แห่งความขัดแย้งใหม่ ที่มิได้มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหลักอีกต่อไปแล้ว หากแต่เป็นคู่ใหม่อันมากด้วยความร้อนแรง
นั่นก็คือ ระหว่าง นายเศรษฐา ทวีสิน จากพรรคเพื่อไทย กับคนของพรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์