กลุ่มก่อความไม่สงบชายแดนภาคใต้ โจมตีเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วมขณะลาดตระเวนเส้นทางในพื้นที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เมื่อกลางดึกวันที่ 28 ส.ค.2566
เป็นเหตุให้ตำรวจเสียชีวิต 2 นาย อาสาสมัครรักษาดินแดนเสียชีวิต 2 นาย ตำรวจบาดเจ็บสาหัสอีก 4 นาย มีชาวบ้านบริเวณนั้นถูกลูกหลงบาดเจ็บไปด้วย 4 คน
รายงานข่าวจากหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ระบุว่า เป็นการลงมือเพื่อตอบโต้ฝ่ายรัฐที่ปิดล้อมพื้นที่ จนกระทั่งนำไปสู่การวิสามัญฆาตกรรมบุคคลระดับแกนนำปฏิบัติการกลุ่มก่อความไม่สงบก่อนหน้านี้
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ยังคงย้ำว่าปัญหาไฟใต้วนเวียนอยู่กับการตอบโต้เอาคืน เป็นวงจรความรุนแรงไม่สิ้นสุด
ขณะเดียวกัน ครม.รักษาการเห็นชอบตามที่คณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินมีมติขยายเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ออกไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย.2566 ถึงวันที่ 19 ธ.ค.2566 นับเป็นครั้งที่ 73
ยกเว้น อ.ศรีสาคร อ.สุไหงโก-ลก อ.แว้ง อ.สุคิริน จ.นราธิวาส, อ.ยะหริ่ง อ.มายอ อ.ไม้แก่น อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี, อ.เบตง อ.กาบัง จ.ยะลา พร้อมปรับลด อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ออกจากสถานการณ์ฉุกเฉิน ใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงแทน
โดยให้เหตุผลเพื่อความต่อเนื่องในการปฏิบัติงานป้องกัน ระงับยับยั้งเหตุการณ์ได้ทันท่วงที เป็นประโยชน์ต่อการดูแลรักษาความสงบ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
แม้ให้เหตุผลความจำเป็นต้องขยายสถานการณ์ฉุกเฉินออกไปอีก แต่ในระยะยาวย่อมไม่เป็นผลดีต่อการสร้างสันติภาพชายแดนใต้
การแก้ปัญหาความขัดแย้ง สร้างสันติภาพยั่งยืนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาเรื้อรังเกือบ 20 ปี คือหนึ่งในนโยบายรัฐบาลผสม 11 พรรค ที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำเคยประกาศไว้ต่อสังคม
ยิ่งในขณะนี้การจัดวางตัวบุคคลเข้ามาเป็นรมว.กลาโหม ได้พลเรือนมาร่วมขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคง จึงคาดหวังจะได้เห็นภาพการเมืองนำการทหารย่างแท้จริงต่อการแก้ปัญหาไฟใต้
รวมถึงการวางบุคคลเป็นรมว.ยุติธรรม ซึ่งมาจากพรรคการเมืองที่มีสส.มากที่สุดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็เป็นที่คาดหวังเช่นกันต่อมิติงานยุติธรรมชายแดนใต้ ที่ต้องเปลี่ยนแปลงและก้าวหน้ากว่าแต่ก่อน
ดังนั้น นอกจากการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ แก้ปัญหาปากท้องอย่างเร่งด่วนแล้ว การดับไฟใต้ก็เป็นวาระสำคัญด้วยเช่นกัน