นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรก วันที่ 13 กันยายน 2566 มีมติเห็นชอบเปลี่ยนวิธีจ่ายเงินเดือนข้าราชการ จากที่เคยจ่ายเดือนละ 1 รอบ เปลี่ยนเป็นจ่าย 2 รอบ เริ่มวันที่ 1 มกราคม 2567

เพราะเชื่อว่าจะบรรเทาทุกข์แก่ข้าราชการชั้นผู้น้อยได้ ถ้าจ่ายเงินเดือนเป็น 2 รอบจะมีเงินสดเสริมสภาพคล่อง ได้ไม่ต้องกู้หนี้ยืมสิน อีกทั้งไม่ต้องรอคอยจนถึงสิ้นเดือน

ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ทั้งสนับสนุนเห็นชอบและคัดค้านไม่เห็นด้วย แต่รายละเอียดทั้งหมด ต้องรอหลักเกณฑ์ที่กรมบัญชีกลางจัดทำและตรวจสอบทั้งระบบก่อน

อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินเดือนลักษณะเช่นนี้ ภาคเอกชนได้ทำมานานแล้ว เพื่อช่วยเหลือพนักงานให้มีสภาพคล่องสำหรับใช้จ่ายให้ครอบคลุมตลอดทั้งเดือน รวมทั้งการเก็บออมด้วย

เอกสารสรุปการปรับรอบเงินเดือนข้าราชการ ที่เสนอเข้าสู่ประชุมวันดังกล่าว ระบุคณะรัฐมนตรีมีแผนปรับจ่ายเงินเดือน 2 ครั้ง และอาจจะเริ่มเดือนมกราคม 2567 เป็นต้นไป

กำหนดให้กรมบัญชีกลางดูรายละเอียดการดำเนินการ สาเหตุที่มีแผนปรับเป็นแบบ 2 รอบนั้น เพราะหน่วยงานราชการรายงานว่าข้าราชการเป็นจำนวนมากเรียกร้องอยากให้แบ่งจ่าย

อธิบดีกรมบัญชีกลางเปิดเผยว่า กรมพร้อมดำเนินการ แต่ขอตรวจสอบระบบภายใน แต่คาดว่าไม่เป็นปัญหา โดยอาจจะเสนอให้เลือกรับเงินเดือนเพียงครั้งเดียวหรือ 2 ครั้ง ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ

พร้อมกันนี้ ยังมีระบุถึงการหักเงินเดือนในการชำระหนี้ เช่น หนี้สินบ้าน หรือการชำระหนี้สหกรณ์ต่างๆ จะหารือแนวทางให้ชัดเจนก่อนดำเนินการจริง คาดว่าจะมีผลสรุปเร็วๆ นี้

เงินเดือนข้าราชการปัจจุบันจ่ายผ่านธนาคารกรุงไทย สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ปรับให้จ่ายเร็วขึ้นก่อนวันสิ้นเดือน ซึ่งช่วยให้ข้าราชการที่มีรายได้น้อยสามารถหมุนเวียนการใช้จ่ายได้คล่องขึ้น

สำหรับข้าราชการระดับสูงที่มีเงินเดือนจำนวนมากๆ ถึงจ่ายเงินระบบใดก็ไม่ส่งผลกระทบอยู่แล้ว แต่ข้าราชการชั้นผู้น้อยระบบจ่าย 1 รอบมีผลกระทบอย่างมาก จึงเป็นที่มาของการเรียกร้องดังกล่าว

แง่เศรษฐศาสตร์การจ่ายเงินเดือนเร็วขึ้นหรือแบ่งจ่าย จะทำให้มีเงินใช้จ่ายไหลเข้าสู่ระบบและหมุนเวียนไวขึ้น ทำให้รัฐมีรายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่มเร็วขึ้นเช่นกัน ซึ่งต้องพิสูจน์เมื่อมีการปฏิบัติจริง

แต่รัฐบาลไม่ได้บังคับให้ข้าราชการทุกคนเลือกแบบใดแบบหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันระบบการจ่ายเงินเดือนมีความยืดหยุ่นรองรับได้อยู่แล้ว บางทีการได้รับเงินเดือนแบบใหม่อาจจะส่งผลดีกว่าเดิมก็ได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน