FootNote แถลงจาก เศรษฐา ทวีสิน ก่อ ความเงียบงัน ณ วปอ.
เหตุปัจจัยอะไรทำให้คำพูดของ นายเศรษฐา ทวีสิน หลังรับฟังการ แถลงผลการศึกษาเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติโดยนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรนำไปสู่พาดหัวข่าวที่ว่า
“เกิดความเงียบงัน”โดยอัตโนมัติในที่ประชุม ไม่ว่าจะเป็นสื่อ หนังสือพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นสื่อโซเชียล
จำนวนไม่น้อยให้ความสำคัญกับ”เนื้อหา”อันหนักแน่น
“วปอ.พาทุกท่านเข้ามาทำความรู้จักซึ่งกันและกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน เกิดเป็นสมาคม สร้างสังคม และกลายเป็นสายสัมพันธ์อันดีของทุกท่านในที่นี้”
และระบุด้วยว่าสภาพการณ์ดังกล่าวเป็น”ความแข็งแกร่งของเหล่าศิษย์เก่าเป็นที่ประจักษ์ในสังคมไทย เส้นสายสัมพันธ์ คอนเน็คชั่นของพวกท่านในประเทศ
ทำให้พวกท่านเป็นบุคคลพิเศษ หรือเรียกว่าอภิสิทธิ์ชนก็ว่าได้ เป็นท็อป 1 เปอร์เซ็นต์ หรือน้อยกว่านั้นของประเทศ”
ทั้งหมดอาจเป็นการชี้ให้เห็นรากฐานการเกิดขึ้นและดำรงอยู่
ของสิ่งที่เรียก ท็อป 1 เปอร์เซ็นต์ อันเกิดขึ้นโดยการบ่มเพาะและ
หลอมรวมของวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
แต่ที่สำคัญคือ คำถามและข้อเสนอแนะอันแหลมคม
ด้านหนึ่งแห่งคำพูดของ นายเศรษฐา ทวีสิน ชี้เน้นว่า “คอนเน็คชั่น ที่ท่านได้รับจากสถาบันนี้สามารถให้ประโยชน์กับอาชีพของพวกท่าน” หากแต่อีกด้านหนึ่งซึ่งแหลมคมกว่า
นั่นก็คือ “ขอให้ใช้สายสัมพันธ์เพื่อประเทศ”
ความหมายก็คือ การเรียกร้องให้นำสายสัมพันธ์ที่มีอยู่ออกไปจากผลประโยชน์ของตัวเองอันอยู่ในกลุ่มท็อบ 1 เปอร์เซ็นต์ “ลดความเหลื่อมล้ำ ความยากจน ความยากลำบาก”
ประหารหลังนี้ต่างหากคือจุดต่างอย่างมีนัยสำคัญ
ถามว่าเนื้อหาคำกล่าวของ นายเศรษฐา ทวีสิน เมื่อเปรียบเทียบแล้วก่อให้เกิด”ความต่าง”อย่างไรในกลุ่มบุคคลที่เป็น”นายกรัฐมน ตรี”และรับฟังคำแถลงจากนักศึกษาในลักษณะเดียวกัน
แน่นอน ย่อม”ต่าง”ไปจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ขณะเดียวกัน ในความต่างเชิงเปรียบเทียบกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมีความใกล้ชิดเป็นอย่างมากในทางเนื้อหาหากเปรียบเทียบกับ นายทักษิณ ชินวัตร
อาจมิได้เป็นเรื่องแปลกเมื่อมองจากพื้นฐานที่ นายเศรษฐา ทวีสิน คือแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย
กระนั้น ความเป็นจริงที่มิอาจมองข้ามได้อย่างเด็ดขาดย่อม
เป็นประสบการณ์ร่วมที่เป็น”นักธุรกิจ”ในภาคเอกชนมาเหมือนกัน