ไม่เพียงชาวจังหวัดเพชรบูรณ์เตรียมจัดงานเฉลิมฉลองใหญ่ แต่ยังนำมาซึ่งความปีติภาคภูมิใจให้กับคนไทยทุกคน
จากที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 45 จัดขึ้น ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก
ประกาศรับรอง “อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ” อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ให้ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา
“ในนามของรัฐบาลไทยและประชาชนคนไทยทุกคน ขอขอบคุณคณะกรรมการมรดกโลกและองค์กรที่ปรึกษาอย่างยิ่งที่เล็งเห็นคุณค่าความโดดเด่นอันเป็นสากลของเมืองโบราณศรีเทพ และมีมติขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในวันนี้” นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีระบุ
ก่อนหน้านี้ประเทศไทยมีมรดกโลกทางวัฒนธรรม ได้รับการรับรองจากยูเนสโก 3 แห่ง
ได้แก่ เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาและเมืองบริวาร และแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ เป็นแห่งที่ 4
ยังมีมรดกโลกทางธรรมชาติ 3 แห่ง คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ และกลุ่มป่าแก่งกระจาน
แน่นอนเมื่อเมืองโบราณกลายเป็นมรดกโลก ก็จะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวชมจำนวนมาก รวมถึงชาวต่างชาติที่สนใจแสวงหาความรู้จากสิ่งเหล่านี้
สิทธิชัย พูดดี หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ เผยว่า นับแต่มีข่าวผลักดันเมืองโบราณศรีเทพเป็นเมืองมรดกโลก นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเยี่ยมชมมากขึ้นกว่า 10 เท่าตัวจากปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์บางคนหวั่นเกรงอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จะซ้ำรอยนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
ที่ยูเนสโกเตือนถึงการพิจารณาถอดออกจากแหล่งมรดกโลกแล้ว 3 ครั้ง จากปัจจัยความเสื่อมโทรม ภูมิทัศน์ไม่สวยงาม การบุกรุกพื้นที่ และโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง
ประกอบกับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นเป็นราว 2,000 คนต่อวัน ใกล้เต็มศักยภาพรองรับที่กำหนดไว้สำหรับการทำนุบำรุงรักษา และป้องกันความเสียหาย
จึงกล่าวได้ว่า แนวทางอนุรักษ์เมืองโบราณ และแนวทางพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ คือประเด็นท้าทายรัฐบาลและหน่วยงาน ในการบริหารจัดการสอดประสานลงตัว
จุดมุ่งหมายเพื่อปกป้องสถานที่ทรงคุณค่าแห่งนี้ให้เป็นสมบัติอันล้ำค่าไปตลอด ไม่เพียงต่อคนไทย แต่หมายถึงเพื่อคนทั่วโลกอีกด้วย