FootNote:โจทย์การเมือง เนื่องแต่ “พิธา” การบ้าน ซับซ้อน รัฐบาลพิเศษ

ทั้งๆที่สัญญาณแห่งการเปลี่ยนผ่านสำแดงออกอย่างชัดเจน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 สิงหาคมมาแล้ว

ชัดเจนว่ายุคแห่ง นายเศรษฐา ทวีสิน กำลังเริ่มต้น

ทั้งยังเป็นการเริ่มต้นที่ไม่เพียงแต่พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคภูมิใจไทย จะเทคะแนนที่มีอยู่ให้อย่างครบถ้วนและสมบูรณ์

หากด้วย “พลานุภาพ” ประสานเข้ากับ “บารมี” อัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สะสมร่วมกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ตั้งแต่ได้ชัยชนะเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557

ก็ประเคนมอบให้กับ นายเศรษฐา ทวีสิน ผ่านการประสานเสียงจากภายในของ 250 สว.โดยเฉพาะที่เปล่งผ่านคนอย่าง พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา กึกก้อง

นี่คือรากฐานแห่งการ “ก้าวข้าม” ความขัดแย้ง การปรองดอง รวมพลังระหว่างพรรคเพื่อไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย อย่างเป็นรูปธรรมแห่ง “รัฐบาลพิเศษ”

ดำเนินไปตามยุทธวิธี แปร “ศัสตรา” มาสู่ “แพรพรรณ” มองข้ามรัฐประหารไม่ว่า 2549 ไม่ว่า 2557 ออกไป

ความเป็นจริงเช่นนี้คือก้าวใหม่ รัฐบาลใหม่ ความหวังใหม่

กระนั้น ปรากฏการณ์หนึ่ง ซึ่งมิอาจปฏิเสธ ขณะเดียวกันก็มิอาจจะยอมรับได้ เมื่อมองมาจากด้านของ “รัฐบาลพิเศษ” อย่างต่อเนื่องและจริงจัง

นั่นก็คือ ปรากฏการณ์ที่ยังมีเสียงร้องตะโกน “นายกพิธา” ดัง ขึ้นไม่ว่าจะเป็นที่สมุย นครศรีธรรมราช ภูเก็ต

ยิ่งเมื่อไปแจกลายเซ็นในงาน “สัปดาห์หนังสือ” ก็ไม่เว้น

ความเป็นจริงอย่างจริงแท้ก็คือ นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 มิได้เป็นของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หากแต่เป็น นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทย

จากเดือนสิงหาคม เดือนกันยายน มายังเดือนตุลาคม กระแส นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ น่าจะหายวับไปจากสังคมทางการเมืองอย่างสิ้นเชิง

แล้วเหตุใดภาพของ “มวลชน” ที่มาห้อมล้อมจึงยังคึกคักอยู่

นี่ย่อมเป็นโจทย์ทางการเมืองที่มีความแหลมคมมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ และทีมทำงานของ “รัฐบาลพิเศษ” จำเป็นต้องหาทางแก้ไขโดยรีบด่วน

ยิ่งหากมองย้อนไปตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ยิ่งน่าใจหาย

ที่คิดกันว่าเมื่อ “ดีล” ลงตัวและผ่านสถานการณ์เมื่อวันที่ 22 สิงหาคมมาแล้ว ทุกอย่างก็จะเรียบร้อยเหมือนภาพที่ “ดอนเมือง” และภาพที่ “เกียกกาย” กลับมิได้เป็นเช่นนั้น

เป็นคำถามไปยังพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน