หาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ต้องถูกตอกตรึง ฝังหมุดอยู่กับภาพแห่ง “นาฬิกา”

“พิน็อกคิโอ” คือ อีกตัวอย่าง 1 ที่มากด้วยความอ่อนไหว

พลันที่ “ทีมโฆษก” จากคสช. พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ออกมาปรามความพยายามของกลุ่ม Start Up People ว่าไม่ควรทำ

การปรามเท่ากับเป็นการตอกย้ำ จำหลัก

คล้อยหลังเสียงปรามเพียง 1 วัน แกนนำกลุ่ม Start Up People ก็ยืนยันจะนำหน้ากาก “พิน็อกคิโอ”ไปหน้าทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 6 มีนาคม

นี่เท่ากับเป็น “โจทย์”ใหม่ในทาง “การเมือง”

ยังจำได้หรือไม่ว่าทำไมกรณี “นาฬิกา”หรูมากกว่า 20 เรือนของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จึงไม่จบ

ก็เพราะมีความพยายามจะมอบ “นาฬิกา”ให้

ไม่ว่าจะการไปปรากฏตัวหน้ากระทรวงกลาโหม ไม่ว่าจะการไปปรากฏตัวหน้าทำเนียบรัฐบาล

นี่ย่อมเป็นการเคลื่อนไหวในเชิง “อีเว้นต์”

การออก “แอ็คชั่น” จากทีมโฆษกคสช.จึงเท่ากับเป็นการขยายผลให้กับหน้ากาก “พิน็อกคิโอ”

เท่ากับทำให้ “พิน็อกคิโอ”มี “ชีวิต”ขึ้นมา

ไม่ว่าจะมีสถานการณ์ “เสือดำ”ทุ่งใหญ่นเรศวร ไม่ว่าจะมีสถานการณ์ “หวย 30 ล้าน”จากครูและเจ๊บ้าบิ่น

เรื่อง “นาฬิกา”หรูก็ยังคงคึกคัก หนักแน่น

สถานการณ์อันเกี่ยวกับ “นาฬิกา” หรูยังไม่จางคลายไปจากสังคม ก็มีสถานการณ์ “พิน็อกคิโอ”เข้ามาเสริม

เสริมพร้อมกับนิทานเรื่อง “เด็กเลี้ยงแกะ”

ฐานรองรับสำคัญของ “นาฬิกา”หรูสัมพันธ์กับกระบวนการตรวจสอบของ ป.ป.ช.

ฐานรองรับสำคัญของ “พิน็อกคิโอ”อยู่ที่ “การเลือกตั้ง”

เป็นการเลือกตั้งจากที่เคยประกาศเป็น “ปฏิญญา”โตเกียว เป็นนิวยอร์ค เป็นทำเนียบขาว และมาลงเอยอยู่ที่เดือนกุมภาพันธ์ 2562

“นาฬิกา”จึงตีคู่มากับ “พิน็อกคิโอ”โดยอัตโนมัติ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน