การแก้ปัญหาหนี้สินเป็นหนึ่งในนโยบายรัฐบาลที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีแถลงไว้ต่อรัฐสภา

นอกจากปัญหาหนี้สินในภาคเกษตร หนี้ภาคธุรกิจเอสเอ็มอีอันเป็นผลกระทบต่อเนื่องจากปัญหาโควิด-19 ยังรวมถึงหนี้ภาคครัวเรือน โดยเฉพาะหนี้นอกระบบ

ผลโพลมติชนxเดลินิวส์ ที่จัดทำขึ้นเพื่อสอบถามประชาชน “รัฐบาลเศรษฐา ควรแก้ปัญหาอะไร?” พบปัญหาหนี้สินครัวเรือนครองคำตอบอันดับ 2 ในหมวดหมู่ปัญหาเศรษฐกิจ-ปากท้อง จากสัดส่วนผู้ร่วมโหวต 20.6%

สะท้อนว่าหนี้ครัวเรือนเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทย กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เนื่องจากเจ้าหนี้บางรายเรียกเก็บดอกเบี้ยสูงเกินกฎหมายกำหนด ลูกหนี้ต้องรับภาระหนี้ที่เกินเงินต้นเป็นจำนวนมาก

นอกจากหนี้ในระบบอย่างหนี้กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ที่มอบหมายให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เป็นประธานแก้ปัญหาแล้ว

นายกรัฐมนตรียังระบุว่า หนี้นอกระบบเป็นปัญหาใหญ่ เนื่องจากประชาชนที่เป็นลูกหนี้ต้องแบกภาระดอกเบี้ยเดือนละ 10-15% หรือบางรายอาจสูงกว่านั้น

สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาของรัฐบาลคือ การใช้กลไกระดับอำเภอเข้าจัดการ ด้วยการให้ผู้กำกับการตำรวจในแต่ละพื้นที่ ร่วมกับนายอำเภอ เรียกเจ้าหนี้รายใหญ่ กับลูกหนี้ มาเคลียร์ปัญหาหนี้ทบต้น-ทบดอก หากตกลงกันไม่ได้ แล้วพบว่ามีการคิดดอกเบี้ยสูงกว่ากฎหมายกำหนด ก็จะใช้กฎหมายจัดการกับเจ้าหนี้ทันที

โดยมาตรการดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ เป็นต้นไป

“มติชนทำโพลมาชัดเจนที่สุดแล้วคือ เรื่องหนี้ เพราะเป็นปัญหา เป็นต้นตอของอาชญากรรม เป็นต้นตอของยาเสพติด ผมว่าอันนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องกำกับดูแลอย่างจริงจัง” นายกรัฐมนตรี ระบุ

ตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่าหนี้นอกระบบเป็นต้นตออาชญากรรม ล่าสุดคือ เหตุการณ์พ่อค้าผลไม้ถูกแก๊งเงินกู้นอกระบบดอกโหดยิงเสียชีวิต ในพื้นที่พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

เพียงเพราะค้างจ่ายดอกเบี้ยรายวัน วันละ 200 บาทเป็นเวลา 2 วัน จากเงินต้นที่กู้จำนวน 10,000 บาท เพื่อนำมาประกอบอาชีพ

นับเป็นเหตุการณ์น่าสลดใจ พร้อมกันก็เป็นสัญญาณรุกเร้าถึงรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำเป็นต้องแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนจริงจัง ไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้อีก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน