FootNote : การชิง อำนาจ ประชาธิปัตย์ บทเรียน แหลมคม การเมือง

มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับกับการจัดสรรและแบ่งปันอำนาจทางการเมืองภายในพรรคประชาธิปัตย์

เป็นความชัดเจนว่าใคร “รุก” และใครถอยร่น “ตั้งรับ”

ไม่ว่าจะมองผ่านกระบวนท่าอันมาจาก นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ไม่ว่าจะมองผ่านกระบวนท่าอันมาจาก นายเดชอิศม์ ขาวทอง สัมผัสได้ชัดเจนถึงความมั่นใจ

เป็นความมั่นใจท่ามกลางความเงียบของ นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

ทางออกอันเป็นทางเลือกน่าจะอยู่ที่ชื่อของ นายนราพัฒน์ แก้วทอง ในฐานะหัวหน้าพรรค ขณะที่ชื่อของ นายเดชอิศม์ ขาวทอง อยู่ที่ตำแหน่งเลขาธิการพรรค

การดำรงอยู่ของ นายเดชอิศม์ ขาวทอง ยืนยันว่าจุดหลักของ พรรคประชาธิปัตย์ ยังคงยืนหยัดที่จะรักษาและขยายฐานที่มั่นในภาคใต้อีกต่อไป

ความหมายโดยตรงก็คือ บารมีของ นายชวน หลีกภัย ของ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน แทบไม่เหลืออยู่แล้วในทางเป็นจริง

นี่ย่อมเป็นการเริ่มต้นใหม่อีกครั้งของพรรคประชาธิปัตย์

บทเรียนสำหรับพรรคประชาธิปัตย์ไม่ว่าจะเป็นบทเรียนก่อนรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 ไม่ว่าจะเป็นบทเรียนก่อนรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 ทรงความหมาย

ยืนยันเด่นชัดว่าแทบไม่ต่างไปจากบทเรียนจากรัฐประหาร เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2490 เลย

ยืนยันเด่นชัดว่า เมื่อผ่านสถานการณ์รัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 พรรคประชาธิปัตย์ก็มิได้สรุปเป็นบทเรียนและดึงดันที่จะจับมือกับคสช.แล้วผลเป็นอย่างไร

ไม่เพียงแต่จะถูกพรรคการเมืองของคสช.แย่งชิง เบียดขับ หากแต่พรรคพันธมิตรของคสช.ยังพร้อมใจกันรุกเข้ายึดพื้นที่เดิมของพรรคประชาธิปัตย์อย่างไม่ปราณีปราศรัย

คำถามก็คือภายหลังจากแบ่งสันปันส่วนอำนาจภายในเสร็จสิ้นแล้วอะไรคือบทสรุป อะไรคือบทเรียนของพรรคประชาธิปัตย์

คำถามนี้ดำรงอยู่อย่างเป็นชุดความคิด 2 ชุด ไม่ว่าจะมองผ่านตัว นายชวน หลีกภัย ไม่ว่าจะมองผ่านตัว นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ไม่ว่าจะมองผ่านตัว นายเดชอิศม์ ขาวทอง

ขึ้นอยู่กับว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเลือกหนทางใด

ในความเป็นจริงแล้วไม่เพียงแต่พรรคประชาธิปัตย์จะได้บทเรียนด้วยตนเอง หากแม้กระทั่งพรรคการเมืองอีกหลายพรรคก็ กำลังดำรงอยู่เหมือนกับที่พรรคประชาธิปัตย์สรุป

นั่นก็คือ จะก้าวพ้นความขัดแย้ง จะก้าวพ้นซากปรักหักพังจากการบริหารของคสช.บนฐานแห่งรัฐประหารได้อย่างไร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน