FootNote เส้นทาง เฉลิมชัย ศรีอ่อน กับอนาคต “ประชาธิปัตย์”
ไม่ว่าในที่สุดผลแห่งการลงมติเลือก”หัวหน้าพรรค”ในที่ประชุมใหญ่พรรคประชาธิปัตย์จะออกมาในทิศทางใด
เป็น นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็น นส.วทันยา บุนนาค
แต่ก็ต้องยอมรับว่า ไม่ว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ไม่ว่า นส.วทันยา บุนนาค ล้วนมีส่วนอย่างสำคัญในการสร้าง”ปรากฏการณ์” ในทางการเมืองให้บังเกิด
สะท้อนให้เห็นว่าความสามารถในการยึดกุมเสียงจากสส.เป็นจำนวนมากถึง 21 จากทั้งสิ้น 25 อันมีพื้นฐานจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคมทรงความหมายอย่างไร
สะท้อนให้เห็นว่าความพยายามและการลงมือประกาศเจตจำนงและแสดงเป้าหมายในทางการเมืองแบบที่ นส.วทันยา บุนนาค สำแดงออกมีพลังและสร้างพลานุภาพ
อย่างน้อยก็ทำให้ภาวะสงบนิ่งของ 21 สส.อันกุมอำนาจอยู่ภายในพรรคประชาธิปัตย์มิอาจเมินเฉย มีความจำเป็นต้องเทคแอ็คชั่นเพื่อเลือกข้างใดข้างหนึ่งให้เป็นที่ปรากฏ
แล้วพลานุภาพแห่ง 21 สส.ก็ส่งผลให้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน จำเป็นต้องเปลี่ยนความคิดที่เคยมาดหมายจะวางมือการเมือง
นี่ย่อมเป็น”บรรยากาศ”ที่ขลังอย่างยิ่งในสังคม”การเมือง”
ทั้งภาพที่ปรากฏภายในพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อนำมาวางเรียงเคียงกับภาพที่ปรากฏภายหลังการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม ยืนยันสัจจะที่พร้อมแปรเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา
ไม่ว่าจะมองไปยังพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ว่าจะมองไปยัง พรรคพลังประชารัฐ
จึงเห็นการค่อยๆวางมือทางการเมืองของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่า จินดา จึงเห็นการค่อยๆวางมือทางการเมืองของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จากพรรคการเมือง
และที่สำคัญก็คือเห็นถึงการก้าวข้ามพรมแดนระหว่างพรรค รวมไทยสร้างชาติกับพรรคเพื่อไทย โดยรูปธรรมคือการขานชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยของเหล่าสว.
นำหน้าโดย พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ตามมาโดยคนที่เคยมี
บทบาทร่วมในกระบวนการ”รัฐประหาร”อย่างต่อเนื่อง
ในเมื่อทั้งพรรครวมไทยสร้างชาติและพรรคพลังประชารัฐตลอดจนพรรคเพื่อไทยต่างเปลี่ยนคำพูดที่เคยเปล่งประกาศดังกึกก้องในห้วงแห่งการหาเสียงได้
เหตุใดสถานการณ์เดียวกันจะไม่เกิดในพรรคประชาธิปัตย์
การกลับคำพูดของพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประ ชารัฐ พรรคเพื่อไทย ก็มีเป้าหมายเพื่อก้าวข้าวความขัดแย้งและก่อให้เกิด”รัฐบาลพิเศษ”ขึ้นมา
แล้วเหตุใดการกลับคำพูดของ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์เล่า