FootNote สภาล่ม ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ สภาล่ม ในยุค “เพื่อไทย”
ยิ่งวิวาทะว่าด้วยสถานการณ์”สภาล่ม”มีความร้อนแรงมากเพียงใด ยิ่งทำให้ความรับรู้ต่อความเป็นจริงอันเข้าใจว่าเป็นสาเหตุเป็นมูลเชื้อมีความสลับซับซ้อนมากเพียงนั้น
นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าจะยืนมองจากมุมด้านใด เป็นด้านของรัฐ บาล หรือเป็นด้านของฝ่ายค้าน
หากจับจากท่าทีของพรรคเพื่อไทยประสานเข้ากับท่าทีของ พรรครวมไทยสร้างชาติก็จะโยนความรับผิดชอบไปยังพรรคก้าวไกล
หากจับจากท่าทีของพรรคก้าวไกลก็สรุปอย่างรวบรัดว่าเป็น ความรับผิดชอบของพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรครวมไทย สร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ
ขณะเดียวกัน หากเพ่งไปยังรายละเอียดอันเหมือนกับเป็นการชี้นิ้วกล่าวหา ความโน้มเอียงอันมาจากพรรคเพื่อไทย พรรครวมไทยสร้างชาติเน้นไปยังบทบาทของสื่อ
คล้ายกับสื่อตกเป็น”เหยื่อ”การโฆษณาชวนเชื่อของพรรค
ก้าวไกล ประเมินบทบาทการไม่ยอม”แสดงตน”ของพรรคก้าวไกล ว่าสามารถทำได้โดยมองข้ามว่าเป็นการลงมติต่ออะไร
คำถามก็คือพื้นฐานแห่งนิยาม”สภาล่ม”สะท้อนสภาพอะไร
จะทำความเข้าใจต่อพื้นฐานแห่งบทสรุปว่า”สภาล่ม”มาจากองค์ประกอบใด จำเป็นต้องเริ่มจากความเป็นจริงอันเกิดขึ้น
ไม่ว่ายุครัฐบาล”คสช.” ไม่ว่ายุครัฐบาล”เพื่อไทย”
นั่นก็คือ นำเอา”ดิจิทัล ฟุตพรินท์”ที่พรรคเพื่อไทยแสดงบทบาทอย่างมากด้วยกัมมันต์ต่อรัฐบาลและต่อสภาในยุคของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ไม่ว่า นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ไม่ว่า นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ไม่ ว่า นส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ไม่ว่า นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เน้นไปยัง”องค์ประชุม”และใครจะต้อง”รับผิดชอบ”
นั่นก็คือ ในฐานะรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยต้องครองเสียงข้างมากจึงจะดำรงความเป็นรัฐบาลอยู่ได้ ความรับผิดชอบในเรื่อง”องค์ประชุม”จึงเป็นของ”รัฐบาล”มิใช่”ฝ่ายค้าน”
นี่คือบรรทัดฐานไม่ว่า”อดีต” ไม่ว่า”ปัจจุบัน”หรืออนาคต
ยิ่งคนของพรรครัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ ออกมาตั้งคำถามถึงบทบาทของฝ่ายค้าน มากเพียงใด
ความนิ่งของพรรคฝ่ายค้านจะสำแดงพลานุภาพออกมาเอง
หากความนิ่งนั้นดำรงอยู่อย่างเปรียบเทียบกับบทบาทของบรรดา”ผู้อาวุโส”แห่งพรรคเพื่อไทยที่เคยสำแดงโวหารต่อสถาน การณ์”สภาล่ม”ในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
กระจกอันมีตรา”ดิจิทัล ฟุตพรินท์”จะให้คำตอบในทางสังคมได้อย่างเด่นชัด เที่ยงธรรม