สภาเปิดสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สองนานเกือบ 4 เดือน ถึงต้นเดือนเม.ย.ปีหน้า
รัฐบาลเศรษฐา มีวาระร้อนหลายวาระให้ต้องเผชิญ ทั้งกฎหมายสำคัญ และเกมเขย่าจากฝ่ายค้านพรรคก้าวไกล ที่แผลงฤทธิ์จน “สภาล่ม” ตั้งแต่ประชุมนัดแรก
รัฐบาลไม่เสียหายมากนัก แต่ก็เป็นสัญญาณเตือนว่าถึงจะมีเสียงสนับสนุน 314 เสียง ก็มีโอกาสเพลี่ยงพล้ำให้พรรคฝ่ายค้านได้
ในสมัยประชุมนี้ รัฐบาลมีร่างกฎหมายสำคัญต้องผลักดัน อาทิ ร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 67 ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม และร่างแก้ไข พ.ร.บ.ประชามติ ที่จะเป็นก้าวแรกไปสู่การมีร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษกับฝ่ายค้านที่เรียนรู้ไว
นอกจากกระทู้ถามทั่วไป และกระทู้ถามสดที่พุ่งเป้าไปที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี
ไฮไลต์ประจำสมัยประชุมนี้คือ การยื่นเปิดอภิปรายรัฐบาลของฝ่ายค้าน ที่ทำได้ 2 แบบ ไม่ว่าการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 หรือการเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151
พรรคก้าวไกลเปิดเผยโรดแม็ป ช่วงต้นสมัยประชุมฝ่ายค้านให้ความสำคัญกับการพิจารณากฎหมายโดยเฉพาะร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 67 ที่คาดว่าสภาจะพิจารณาเสร็จสิ้นช่วงปลายเดือนมี.ค.67
จากนั้นในเวลาที่เหลือก่อนปิดสมัยประชุมก่อนสงกรานต์ ฝ่ายค้านจะยื่นเปิดอภิปรายรัฐบาล ส่วนจะอภิปรายตามมาตรา 151 หรือ 152 ขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของรัฐบาลจากวันนี้ถึงวันนั้น
ในมุมฝ่ายค้านพรรคก้าวไกล มองว่าช่วงระหว่างปลายมี.ค.ถึงต้นเม.ย. 67 เป็นช่วงเวลาดีหากจะเปิดอภิปรายรัฐบาลเศรษฐา ถือเป็นการตรวจสอบการบ้านรัฐบาล 6 เดือนหลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อก.ย.ที่ผ่านมา
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล โหมโรงผ่านการแถลงวาระ 100 วัน วิเคราะห์ผลงานรัฐบาลเศรษฐา ทั้งเชิงบวกและลบ พร้อมข้อเสนอปรับปรุงการทำงานในปี 67
ฝ่าย สว. ล่าสุดบางคนดูเหมือนยังไม่พอใจต่อผลงาน 100 วันรัฐบาลมากนัก จึงจะอาศัยวาระของ สว.ที่ยังเหลืออีก 1 สมัยประชุม ใช้กลไกของวุฒิสภาในการอภิปรายรัฐบาล เพื่อกระตุ้นผลงานให้เป็นไปตามความคาดหวังของประชาชน
ดังนั้นแนวทางของรัฐบาล ในการรับมือกับเกมในสภาที่กระหนาบโดยฝ่ายค้านและสว.นั้น ต้องใช้ความสุจริตโปร่งใส และไม่ประมาท จะเป็นตัวช่วยให้รัฐบาลรอดจากศึกครั้งนี้ได้