FootNote:คุณูปการ ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ต่อ รัฐบาล คมนาคม เพื่อไทย
การตัดสินใจในการ 1 ลงไปในพื้นที่จริงแห่งสถานีขนส่งกรุงเทพของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ส่งผลให้ 1 การตอบคำถามในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร
มากด้วยข้อมูล มากด้วยความมั่นใจ ทำให้ภาพแห่ง “งบประมาณ” ในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคมเพิ่มจุดโปร่งใส
ขณะเดียวกัน ก็สร้างบรรยากาศในทางการเมืองที่สะท้อนจุดแห่งความสร้างสรรค์ เปิดใจกว้าง รับฟังข้อสังเกตและความเห็นอันมาจากพรรคฝ่ายค้าน
ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านที่มีจุดท้วงติงมากมายหลายจุด ต่อแต่ละโครงการในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม ไม่ว่าจะเท่ากับเป็นการยอมรับต่อบทบาทของฝ่ายค้านก่อนหน้านี้
ต้องยอมรับว่าเหตุอันทำให้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ตัดสินใจลงไปยังพื้นที่จริงของสถานีขนส่งกรุงเทพ มีผลสะเทือนมาจากการทำงานอย่างรับผิดชอบของ นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.ในพื้นที่
บทบาทของ นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ไม่ว่าจะโดยอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร การส่งหนังสือทวงถามและที่สุดสำรวจจุดอ่อนและความบกพร่องกระทั่งเกิดเทรนด์ #หมอชิต2 ขึ้น
เมื่อกระทรวงคมนาคมสำนองรับทุกอย่างก็ราบรื่น เรียบร้อย
หากไม่เกิดสถานการณ์#หมอชิต2 จากการจุดประเด็นอย่างสร้างสรรค์โดย นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.เขต 9 จตุจักร ในสังกัดพรรคก้าวไกล ความเข้าใจผิดหลายอย่างคงมิได้รับคำตอบ
ไม่ว่าจะเป็นความเข้าใจผิดต่อบริษัทขนส่งจำกัด ไม่ว่าจะเป็นความเข้าใจผิดต่อบทบาทของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ความจริงข้อร้องเรียนจาก นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สามารถยุติได้โดยพื้นฐาน หากกระทรวงคมนาคมให้ความสนใจ ตั้งแต่มีการเสนอปัญหาขึ้นในเดือนกันยายน 2566
แต่เมื่อปล่อยให้คาราคาซังจนถึงเดือนมกราคม 2567 ก็สะท้อนให้เห็นความเข้าใจผิดที่ดำรงอยู่ภายในพรรค นั่นก็คือความสัมพันธ์ของบริษัทขนส่งจำกัดกับกระทรวงคมนาคม
น่าเศร้าก็ตรงที่ฝ่ายที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดมาจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งส่ง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ไปเป็นเจ้ากระทรวง
จึงเป็นบทเรียนอันสำคัญยิ่งต่อรัฐบาลและต่อพรรคเพื่อไทย
บทบาทของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่ว่าจะมองในจุดอันเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไม่ว่าจะมองในจุดที่ได้เป็นรัฐมนตรีในโควตาของพรรคเพื่อไทยจึงเป็นบทบาทอันเป็นคุณ
โดยพื้นฐานคือเป็นคุณต่อสถานีขนส่งกรุงเทพ #หมอชิต2
ยิ่งกว่านั้นยังเป็นคุณต่อพรรคเพื่อไทยที่จำเป็นต้องยึดกุมเอากระบวนการทำงานในแบบ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จึงจะสามารถบริหารจัดการและแก้ปัญหาได้
มิใช่เริ่มต้นด้วยการโจมตีกระหน่ำเข้าใส่ผู้ร้องเรียนปัญหา โดยไม่คำนึงถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้น