สืบเนื่องจากการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ 2567 ของสส.ในสภา เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

วันจันทร์ที่ผ่านมา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวกับผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผบก.สส.จชต.) ระหว่างไปปฏิบัติภารกิจที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่า ฝากดูแลพื้นที่ภาค 9 ด้วย เดือนหน้าจะลงไปนอน 2 คืนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ต่อมานายกฯ ยังได้ขยายความให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ถึงกำหนดวันนอนค้างคืนดังกล่าวจะมีขึ้นช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ จุดมุ่งหมายไม่ได้ไปดูในเรื่องความมั่นคง เพราะทำได้ดีอยู่แล้ว เหตุการณ์ความรุนแรงน้อยลง แต่ไปดูในเรื่องของวัฒนธรรม ประเพณี อาหาร และหลายๆ เรื่อง

จะสามารถต่อยอดชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ด้านเศรษฐกิจให้ดีขึ้นได้อย่างไร

ในการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2567 ช่วงหนึ่ง สส.พรรคการเมืองเก่าแก่ อภิปรายโจมตีการจัดทำงบประมาณของรัฐบาลชุดนี้

แสดงข้อกังขาว่า อาจซ้ำรอยยุครัฐบาลพรรคไทยรักไทยเมื่อ 20 ปีก่อน ซึ่งมีนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี กรณีจัดสรรงบประมาณให้แต่ละภาคแตกต่างกันตามความนิยมทางการเมืองของพรรครัฐบาลขณะนั้น เนื่องจากพรรคแกนนำรัฐบาลชุดปัจจุบันมีรากเหง้ามาจากพรรคไทยรักไทย

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีลุกชี้แจงในทันทีว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันไม่กีดกันหรือแบ่งแยก โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ทั้งภูเก็ต กระบี่ พังงา มีหลายโครงการที่ได้ดำเนินการ ขณะที่พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีการเจรจาเพื่อความมั่นคงของประชาชนและเศรษฐกิจในพื้นที่

ย้ำว่า รัฐบาลต้องการยกระดับเศรษฐกิจเพื่อให้ประชาชนมีเงินและชีวิตดีขึ้น

ร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท ผ่านวาระรับหลักการที่ประชุมสภาด้วยเสียง 311 ต่อ 177

นายกรัฐมนตรีแสดงอาการน้อมรับการอภิปรายท้วงติงของสมาชิก มองว่าหลายประเด็นเป็นการติเพื่อก่อ และเป็นประโยชน์ที่จะนำมาปรับปรุงแก้ไขในการพิจารณาวาระ 2 และ 3 เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน

สำหรับพื้นที่ภาคใต้ งบประมาณเป็นเรื่องที่เป็นตัวบ่งบอกว่าจะทำให้พื้นที่มีความมั่นคงและมั่งคั่งเกิดขึ้นได้

ทั้งนี้ สิ่งที่รัฐบาลทุกชุดต้องนำมาเป็นหลักปฏิบัติในการจัดสรรงบประมาณ คือคำนึงถึงความเสมอภาคเท่าเทียม ไม่เอนเอียงไปกับกระแสความนิยมทางการเมือง ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนทุกภาคทั่วประเทศเป็นสำคัญ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน