FootNote:การแสวงหา ทางรอด จากวิกฤต บนฐานแห่ง ความร่วมมือพิเศษ

เบื้องหน้าการดำรงอยู่ของร่างกฎหมาย “งบประมาณ” ที่เพิ่งผ่านวาระ 1 เมื่อวันที่ 5 มกราคม สะท้อนให้เห็นลักษณะพิเศษอันเป็นการต่อสู้ระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน

ในที่สุดแล้วก็ล้วนเป็นความพยายามหานิยามและคำตอบในปมว่าด้วย “วิกฤต”

สโลแกนจากพรรคเพื่อไทยยืนยัน “การฝ่าวิกฤต”

ขณะเดียวกัน คำประกาศจากพรรคก้าวไกลเป็นคำถามว่าหากเป็น “วิกฤต” เหตุใดจึงจัดทำ “งบประมาณ” ในลักษณะอันเท่ากับสวนทางกับบทสรุปแห่งคำว่า “วิกฤต”

พลันที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎี ส่งคืนคำถามในเรื่องพระราชบัญญัติเงินกู้ 500,000 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ตของกระทรวงการคลัง

ยิ่งทำให้คำว่า “วิกฤต” อันดำรงอยู่ตลอด 3 วัน แห่งการอภิปรายร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ยิ่งส่งแรงสะเทือนอย่างลึกซึ้งและกว้างขวาง

เหมือนกับความรับผิดชอบแห่ง “วิกฤต” จะอยู่บนบ่าของรัฐบาลที่มาจากการเลือกเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566

แต่ความเป็นจริงเป็นของรัฐบาล “ก่อน” มากกว่า

มีความจำเป็นต้องนำเอารายละเอียดในการแสดง “วิกฤต” ที่ดำรงอยู่อันเป็นมูลฐานแห่งการเกิดขึ้น ของร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567

ไม่ว่าจะมาจาก “รัฐบาล” ไม่ว่าจะมาจาก “ฝ่ายค้าน”

ก็จะรับรู้ได้อย่างเป็นระบบ เป็นกระบวนการว่า ไม่ว่ามองในด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่ามองในด้านการเมือง ไม่ว่ามองในด้านวัฒนธรรม ล้วนเกิดขึ้นและดำรงอยู่ในลักษณะสะสม

สะสมตั้งแต่ก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 สะสมต่อเนื่องมาถึงรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 และรุนแรงกระทั่งก่อให้เกิด “ปัญหา” อย่างที่เห็นและเป็นอยู่

ผู้ที่ต้องนอนสะดุ้งย่อมเป็นรัฐบาลหลังรัฐประหารเมื่อเดือน พฤษภาคม 2557 และย่อมเป็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562

นี่คือบทสรุปร่วมอันถือเป็น “วิกฤต” และจำเป็นต้อง “แก้ไข”

การดำรงอยู่ของ “รัฐบาลพิเศษ” บนฐานในทางความคิดที่ต้องการ “ก้าวข้ามความขัดแย้ง” จึงเป็นการดำรงอยู่ในลักษณะพิเศษอย่างยิ่งในทางการเมือง

นั่นก็คือ ดำรงอยู่ทั้งที่เป็น “จุดร่วม” และ “จุดขัดแย้ง”

จำเป็นที่พรรคเพื่อไทยต้องร่วมกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ จำเป็นที่ “รัฐบาลพิเศษ” ต้องแบกรับปัญหาอันเกิดขึ้นและดำรงอยู่ก่อนเดือนสิงหาคม 2566

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน