FootNote บทเรียน กรณี “ลิเทียม” รากฐาน ประชาสัมพันธ์

พลันที่กรมการอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ออกโรงมายอมรับว่าไทยมิได้มีลิเทียมปริมาณมากเป็นอันดับ 3 ของโลกอย่างที่เป็นข่าวอึกทึกครึกโครมก่อนหน้านี้

การยอมรับเช่นนี้ของกรมการอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในอีกด้านจึงเท่ากับเป็นการปฏิเสธข่าวอันมาจากรัฐบาล

ยิ่งเมื่อมองผ่านคนที่แถลงคือ นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี ในฐานะรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยิ่งทำให้กระบวนการแถลงมีความละเอียดอ่อน

ไม่ว่าจะมองผ่านรากฐานการดำรงตำแหน่งเป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะมองผ่านรากฐานอันเป็นต้นสังกัดในทางการเมือง

นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี มาเป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ และเน้นไปยังคำแถลงจากกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน อันเป็นสัดส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติในรัฐบาล

บทเรียนจากความคลาดเคลื่อนของข่าวสารและการแถลงในกรณีแร่ลิเทียมจึงมากด้วยความแหลมคม

เหตุปัจจัยอะไรทำให้การสื่อสารผิดพลาดกลายเป็นปัญหา

หากศึกษารายละเอียดของ “สาร” ที่ต้องการสื่อระหว่างคำแถลงอันมาจากรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกับกรมการอุตสาหกรรมเหมืองแร่ก็จะสัมผัสได้ในเจตนาที่ดี

เป็นเจตนาที่ดีต่อผลงานและความสำเร็จของกระทรวงอุตสาหกรรมอันมีอานิสงส์ไปยังรัฐบาลโดยรวม

เมื่อเป็นการค้นพบลิเทียมซึ่งสำคัญอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมรถไฟฟ้าที่กำลังเป็นความต้องการเชิญชวนให้นักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในไทย

ไม่เพียงแต่สัมพันธ์กับรถยนต์ไฟฟ้าอันเป็นแนวโน้มใหม่ หากแต่ยังโยงไปยังความสัมพันธ์ในการนำเสนอและผลักดันโครง การใหญ่ยักษ์ “แลนด์บริดจ์” ซึ่งกำลังร้อนแรง

จุดพลาดประการเดียวเมื่อได้รับคำยืนยันจากกรมการอุตสาหกรรมเหมืองแร่ก็คือ ปริมาณมิได้เป็นอย่างที่เข้าใจ

นั่นคือมิได้มีเป็นอันดับ 3 รองจากโบลิเวีย อาร์เจนติน่า

แก่นแท้ของการประชาสัมพันธ์ ไม่ว่าสำนักการสื่อสาร ไม่ว่าสำนัก การตลาดเน้นอย่างหนักแน่นและจริงจังว่าต้องอยู่กับความจริง

เป็น “ความจริง” อย่างที่ดำรงอยู่ใน “รัฐบาลพิเศษ”

ไม่ว่าจะมองผ่านรัฐบาล ไม่ว่าจะมองผ่านสำนักโฆษก ไม่ว่าจะมองผ่านพรรคร่วมรัฐบาล มิอาจเอาความปรารถนาดีมาอยู่เหนือความจริงไปได้อย่างเด็ดขาด

บทเรียนนี้คือหลักการร่วมอันดำรงอยู่เป็นกฎเหล็กแห่งความเป็น “รัฐบาลพิเศษ”ชัดเจน

ไม่ว่าจะมองจากด้านรัฐบาล หรือพรรครวมไทยสร้างชาติ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน