แม้คณะรัฐมนตรีมีมติยกเลิกการอยู่เวรของครูในโรงเรียนและสถานศึกษา ครอบคลุมทั้งสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปแล้วก็ตาม

แต่ปรากฏว่ายังมีผู้บริหารสถานศึกษาบางแห่งหลีกเลี่ยง ไม่ยอมปฏิบัติตาม ยังให้ครูปฏิบัติหน้าที่อยู่เวรเฝ้าโรงเรียนต่อไป โดยใช้คำสั่งการอื่นที่มีลักษณะเดียวกันแทน

แม้จะเป็นไปด้วยเจตนาดี หวังป้องกันเหตุร้ายที่อยู่ช่วงรอยต่อ หรืออยู่ระหว่างเตรียมการหารือมาตรการ เพื่อบูรณาการรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษาร่วมกัน

แต่ก็ถือว่าเป็นการจงใจใช้อำนาจที่ไม่เหมาะสม ทั้งๆ ที่คณะรัฐมนตรีมีมติยกเลิกแล้ว ซึ่งกระทรวงศึกษาต้องเร่งทำความเข้าใจตรงกัน

ต่อกรณีนี้ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาพื้นฐาน มีหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต ซักซ้อมทำความเข้าใจในการดูแลรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการแล้ว

พื้นที่กรุงเทพมหานคร กำหนดให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานครเป็นหน่วยงานหลักที่จะประสานการทำงานกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ดำเนินการไปตามบริบทและความเหมาะสม

ส่วนการดูแลรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการในพื้นที่ต่างจังหวัด กำหนดให้สำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาเขต เป็นหน่วยงานหลัก ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด เพื่อดำเนินการในลักษณะเดียวกัน

หนังสือสั่งการดังกล่าวย้ำด้วยว่าให้ยกเลิกคำสั่งอยู่เวรรักษาการณ์ที่สั่งไว้เดิมตามมติคณะรัฐมนตรีปี 2542 ทันที หลังจากนี้คงจะมีแนวปฏิบัติไปในทางเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม หลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติเว้นการอยู่เวรรักษาการณ์ของครู กระทรวงศึกษาธิการ ทำหนังสือประสานความร่วมมือถึงกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อกำหนดแนวทางร่วมกันแล้ว

ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือเพื่อกำหนดแนวทาง วิธีการ และมาตรการ ระยะสั้นอาจเป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองท้องถิ่นและชุมชน

ขั้นตอนต่อไปคือการเพิ่มกำลังบุคลากร ตั้งแต่ตำรวจสายตรวจ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน นักการภารโรง จนถึงอาสามัครหมู่บ้านหรือชุมชนร่วมดูแลรักษาความปลอดภัย

สำหรับผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้อำนวยการโรงเรียน จะต้องมีส่วนร่วมกำหนดมาตรการร่วมดูแลด้วย เพื่อให้เกิดการบูรณาการร่วมอย่างไร้รอยต่อ เป็นประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน