นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม พร้อมคณะนายทหารเรือเดินทางไปสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเจรจาโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้

รมว.กลาโหมบอกว่าอยากให้จบ พร้อมระบุด้วยว่าเรื่องนี้เป็นความตั้งใจตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งแล้ว จะดำเนินการให้เสร็จสิ้น แต่ยังมีความกำกวมเรื่องข้อกฎหมาย

จึงส่งเรื่องให้หลายหน่วยงานตีความเรื่องสัญญา เมื่อเสร็จแล้วก็ตั้งคณะทำงานรับฟังข้อมูล หลังจากคณะทำงานดำเนินการจบแล้วก็พอจะรู้แนวโน้ม จึงไปหารือถึงแนวทางใดบ้างที่จีนจะร่วมมือให้เป็นไปตามข้อกฎหมาย และคณะทำงานของไทย

นายสุทินย้ำปัญหาเรือดำน้ำจีนว่า นายกรัฐมนตรีให้นโยบายว่าต้องทำให้จบ

โครงการจัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีนของกองทัพเรือไทย เริ่มต้นหลังคณะรัฐประหาร 2557 ยึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง

ตามสัญญาจะได้เรือดำน้ำ 3 ลำ มูลค่ารวม 36,000 ล้านบาท เฉลี่ยลำละ 12,000 ล้านบาท และเมื่อรวมกับอู่จอดเรือดำน้ำกับส่วนอื่นที่เกี่ยวข้อง มูลค่าโครงการจะเกือบ 40,000 ล้านบาท

โครงการนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะเครื่องยนต์ที่แต่เดิมจะต้องเป็นของประเทศเยอรมนี แต่ไม่เป็นไปตามสัญญา ฝ่ายจีนขอเปลี่ยนเป็นเครื่องยนต์จีน ท่ามกลางความกังวลเรื่องคุณภาพมาตรฐาน

จนกลายเป็นปัญหาค้างเติ่งตกทอดมาถึงรัฐบาลปัจจุบัน

นอกจากเรื่องคุณภาพมาตรฐานเครื่องยนต์เรือดำน้ำที่จีนผลิตเอง และยังไม่เคยถูกนำไปใช้ในเรือดำน้ำประเภทไหนมาก่อน ยังมีเรื่องเงิน 7,000 ล้านบาทที่ฝ่ายไทยจ่ายไปให้ก่อนแล้วจะสูญเปล่าหรือไม่

นายสุทินยืนยันว่าเงินที่จ่ายไปก่อนต้องไม่สูญเปล่า พร้อมระบุถึงทางออกต่อเรื่องนี้ว่าถ้าจะเดินหน้าโครงการต่อจะทำอย่างไรที่รัฐบาล และสังคมเข้าใจได้

หรือกรณียกเลิกโครงการแล้วไม่เสียเงินเปล่า ไม่เสียความสัมพันธ์กับจีน และสุดท้ายใช้วิธีเปลี่ยนจากเรือดำน้ำเป็นเรือบนน้ำ ประเภทเรือฟริเกต หรือเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง โดยเชื่อว่าปัญหานี้จะจบภายในเดือนเม.ย. 2567

คาดหวังว่าข้อยุติเรือดำน้ำจีนจะต้องไม่สูญเงินเปล่า คุณภาพได้มาตรฐานเป็นที่เชื่อมั่นในความปลอดภัยของกำลังพลผู้ปฏิบัติ อีกประการสำคัญคือสังคมต้องเข้าใจและยอมรับได้ด้วยเช่นกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน