FootNote ทิศทาง เลือก สมาชิกวุฒิสภา บนเส้นทางใหม่ ทางการเมือง
ยิ่งใกล้ถึงวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ 250 สมาชิกวุฒิสภา อันมาจากการแต่งตั้งของคสช. โดยการเลือกสรรของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะหมดวาระ
การเคลื่อนไหวเพื่อเข้าสู่กระบวนการ “เลือกสรร” 200 สมาชิกวุฒิสภาชุดใหม่ ยิ่งมากด้วยความคึกคัก แหลมคม
แหลมคมเพราะ “กติกา” ที่จัดวางมากด้วย “ความแยบยล”
เป็นความแยบยลภายใต้เจตจำนงแห่งการยกร่างขึ้นมาในวิถีเดียวกันกับการยกร่างและประกาศใช้รัฐธรรมนูญ นั่นก็คือ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ DESIGN เพื่อพวกเรา
คึกคักเพราะได้เกิดคำประกาศอันหาญกล้าจากภาคประชาชนไม่ว่าจะเป็นไอลอว์ ไม่ว่าจะเป็นคณะก้าวหน้า ที่ปลุกระดมเชิญชวนคนให้เข้าร่วมในการต่อสู้
มิได้เป็นการต่อสู้เพื่อเปลี่ยน “กฎกติกา” อันจัดวางเอาไว้แล้ว โดยรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 หากแต่เป็นการต่อสู้เพื่อ “เอาชนะ” กฎและกติกาเหล่านั้นภายในระบบเอง
อาศัยแนวทางเดียวกับการเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2562 ประสานกับการเลือกตั้งเดือนพฤษภาคม 2566
ช่วงชิง “ชัยชนะ” มาเป็น “เครื่องมือ” พัฒนา “ประชาธิปไตย”
หากมองจากสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นนับแต่การตัดสินใจเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 เป็นต้นมา ก็จะเห็นได้ว่า การต่อสู้ในสนามเลือกตั้ง “สมาชิกวุฒิสภา” จะร้อนแรง
เป็นความร้อนแรงเพราะผลสะเทือนจากเจตจำนงในการเลือกตั้งเดือนพฤษภาคม 2566 เกิดขึ้นในลักษณะตาลปัตร
แม้เจตจำนงจากผลการเลือกตั้งผ่านกว่า 14 ล้านเสียงที่เทให้พรรคก้าวไกล ประสานกับกว่า 10 ล้านเสียงที่เทให้พรรคเพื่อไทยจะมีความชัดเจน
กระนั้น พลันที่พรรคเพื่อไทยตัดสินใจเข้าร่วมกับพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทย พัฒนา โดยมีการสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภา
ฉากทัศน์ในทางการเมืองก็เป็นฉากทัศน์ใหม่และจะทำให้เกิดแรงกระแทกอย่างรุนแรง ลึกซึ้งกว้างขวางทุกพื้นที่การเลือกตั้ง
ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ “ท้องถิ่น” หรือในพื้นที่ “สมาชิกวุฒิสภา”
สภาพการณ์ที่วางแบอยู่ ณ เบื้องหน้าย้อนกลับไปยังอารมณ์เดียวกับที่เคยพลุ่งโพลงก่อนรัฐประหารอีกคำรบหนึ่ง
ไม่ว่ารัฐประหาร 2549 ไม่ว่ารัฐประหาร 2557
เพียงแต่เมื่อพรรคเพื่อไทยตัดสินใจเลือกที่จะร่วมกับพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา ผลก็คืออยู่คนละฟากกับพรรคก้าวไกล
บนเส้นทางที่แยกสรรทางความคิดทางการเมืองเช่นนี้การตัดสินใจเลือกของประชาชนจึงสำคัญและทรงความหมาย