นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวถึงปัญหากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ที่กำลังเริ่มเดินหน้า พร้อมเสนอทางออกไว้น่ารับฟัง

โดยเฉพาะต่อคำถาม “ท่านเห็นชอบหรือไม่ที่จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยไม่แก้ไขหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์” ที่รัฐบาลจะนำมาใช้ถามประชาชนในการทำประชามติครั้งแรก จากที่ต้องทำทั้งหมด 3 ครั้ง

เป็นคำถามที่ก่อความเห็นต่างระหว่างฝ่ายรัฐบาลพรรคเพื่อไทย กับแกนนำฝ่ายค้านพรรคก้าวไกล ในความไม่ลงรอยนี้ อ.ปริญญา ชี้ว่า หากสองพรรค เพื่อไทย-ก้าวไกล ไม่พูดคุยหาทางออกร่วมกัน

การแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจไม่ผ่านตั้งแต่การทำประชามติครั้งแรก

รัฐธรรมนูญ 2560 ร่างขึ้นโดยกระบวนการที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ผู้ร่างมาจากคณะรัฐประหารปี 2557 และวางกลไกในการสืบทอดอำนาจ จึงสมควรต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไข

ส่วนประเด็นที่ว่า การตั้งคำถามในการทำประชามติ แบบ “มีเงื่อนไข” หมวด 1 หมวด 2 ของรัฐบาล อาจทำให้ประชามติเสี่ยงไม่ผ่านตั้งแต่ครั้งแรกนั้น เป็นปัญหาที่ทั้งสองฝ่ายต้องคุยกันด้วยเหตุและผล จะเป็นคำถามแบบไหน อย่าเพิ่งกำหนดตายตัว

แต่ควรทำตามกติกา รัฐธรรมนูญ มาตรา 255 บัญญัติไว้ชัดเจน ว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นการเปลี่ยนแปลงระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ จะกระทำมิได้

ที่ผ่านมาการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ล้วนอยู่ภายใต้หลักการนี้

สำหรับคำถาม เห็นชอบหรือไม่ที่จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยไม่แก้ไขหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์

ภายใต้ความเห็นต่าง เป็นไปได้หรือไม่ที่จะแยกออกเป็น 2 คำถาม เช่นเดียวกับการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 2560 เมื่อปี 2559 ที่ได้แยกเป็น 2 คำถาม ว่าเห็นชอบหรือไม่กับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กับเห็นชอบหรือไม่ที่ให้ สว.ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

เพื่อไทยและก้าวไกลเคยประกาศเป็นสัญญาประชาคม ว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย แต่เมื่อถึงเวลาหากเดินหน้าโดยเห็นต่างกัน การแก้ไขอาจจะไม่สำเร็จ เพราะถึงที่สุดการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ควรเป็นเรื่องของรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน

แต่ควรเป็นเรื่องที่การเมืองทุกฝ่ายร่วมมือกัน เพราะนั่นคือสิ่งที่ประชาชนคาดหวังอยากจะเห็น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน