กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จัดทำคำแนะนำสำหรับสถานศึกษา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาล และโรงเรียนประถมศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับครู ผู้ดูแลเด็ก และผู้ปกครองในการป้องกันโรคโควิด-19 ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเปิดเทอม
โดยเน้นให้ตรวจคัดกรองเด็ก และบุคลากรก่อนเข้าเรียนทุกเช้า แยกเด็กป่วยออกจากเด็กปกติ สวมหน้ากากอนามัย และให้ผู้ปกครองนำเด็กกลับบ้านเพื่อไปรักษา
รวมทั้งหมั่นทำความสะอาดสถานที่ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ ของเล่น จัดให้มีจุดบริการล้างมือด้วยสบู่ และน้ำสะอาด หรือเจลแอลกอฮอล์
สอดคล้องกับสถานการณ์ขณะนี้ เชื้อโควิดเริ่มกลับมาระบาดอีกครั้ง มีผู้ติดเชื้อมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงหลังหยุดยาวสงกรานต์เป็นต้นมา
จากรายงานของกรมควบคุมโรคระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค. ถึงวันที่ 12 พ.ค.2567 มีรายงานผู้ป่วยโควิดสะสม 14,937 ราย ผู้ป่วยเสียชีวิตสะสม 104 ราย
โดยเฉพาะสัปดาห์ที่ 18 ระหว่างวันที่ 5-11 พ.ค.2567 พบผู้ป่วยนอนรักษาใน ร.พ.รายใหม่ 1,880 ราย เฉลี่ย 269 รายต่อวัน ผู้ป่วยปอดอักเสบ 588 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 237 ราย และเสียชีวิต 11 ราย
โดยผู้เสียชีวิตอยู่ในกลุ่ม 608 โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 70 ปีขึ้นไป ซึ่งมีประวัติไม่ได้รับวัคซีนป้องกัน ได้รับไม่ครบ 1 เข็ม ได้รับเข็ม 2 และไม่ได้รับการกระตุ้น
จากรายงานดังกล่าวเป็นสัญญาณว่า แม้โควิดกลายเป็นโรคประจำถิ่นแล้ว แต่ถ้าไม่ระมัดระวังป้องกันก็มีโอกาสกลับมาแพร่ระบาดใหญ่ได้
นอกจากนี้ ยังมีรายงานจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ระบุว่า พบเชื้อโรคโควิดอีกสายพันธุ์ใหม่ในไทย เป็นสายพันธุ์ย่อยของเชื้อโอมิครอน JN.1 มีผู้ติดเชื้อแล้ว อยู่ระหว่างการติดตามเฝ้าระวังถึงความรุนแรงของโรค และความสามารถในการแพร่ระบาด
ขณะเดียวกัน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาก็ออกมาเตือนเช่นกัน ให้เฝ้าระวังจับตาเชื้อสายพันธุ์เกิดใหม่ เนื่องจากมีแนวโน้มการระบาดเพิ่มขึ้น และติดเชื้อได้ง่าย
จากสถานการณ์ดังกล่าวเป็นสัญญาณเตือนประชาชน ตลอดจนองค์กรภาครัฐ เอกชน หน่วยงาน และแหล่งรวมตัวของคนหมู่มาก ต้องเพิ่มความระมัดระวังป้องกันดูแลตนเองเพิ่มขึ้น ตามมาตรการทางสาธารณสุข
รวมทั้งรัฐบาล โดยกระทรวงสาธารณสุขต้องจัดเตรียมความพร้อมรับมือให้มากขึ้นด้วยเช่นกัน ทั้งเตียงรักษา และการเข้าถึงยารักษา