กรณีการเสียชีวิตของ “บุ้ง” นักกิจกรรมทางการเมืองและสังคม ผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และความผิดต่อเนื่องกัน เป็นความตายที่ไม่ควรเกิดขึ้นในสังคมไทย

หลังจากถูกกล่าวหาดำเนินคดี พิจารณาคดีในชั้นศาล และถูกนำตัวเข้าสู่เรือนจำ นำไปสู่การอดอาหารและน้ำ เพื่อเรียกร้องสิทธิการประกันตัว และปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม

กระทำอยู่นาน 108 วัน จนกระทั่งเช้าวันที่ 14 พ.ค.2567 หัวใจหยุดเต้นฉับพลัน ทัณฑสถาน ร.พ.ราชทัณฑ์ส่งต่อไปยังร.พ.ธรรมศาสตร์ฯ ทีมแพทย์พยายามกู้ชีวิต ก่อนสิ้นใจในเวลาต่อมา

เป็นเหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้นและสลดหดหู่

หลังเกิดเหตุ รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมรายงานให้นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีรับทราบ พร้อมกับสั่งการให้ชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด เนื่องจากเป็นการเสียชีวิตแบบผิดธรรมชาติ

ทั้งให้ทำในรูปแบบของคณะกรรมการ ประกอบด้วยแพทย์นิติเวช พนักงานสอบวน อัยการ ฝ่ายปกครอง โดยไม่มีตัวแทนของกรมราชทัณฑ์เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ญาติ หรือทนายความ เข้ามาร่วมรับรู้ด้วย โดยกำชับให้กระทำอย่างโปร่งใส และตรงไปตรงมา เพื่อคลี่คลายทุกข้อสงสัยต่างๆ เกี่ยวกับการเสียชีวิต และเพื่อลดความรู้สึกไม่สบายใจของทุกฝ่าย

คือขั้นตอนของกระทรวงยุติธรรม ที่กำกับดูแลกรมราชทัณฑ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานควบคุมตัวผู้ต้องหาก่อนจะเสียชีวิต

การอารยะขัดขืนด้วยการอดอาหารเรียกร้องสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาทางความคิด ในขณะถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ จนกระทั่งนำไปสู่การเสียชีวิตครั้งนี้ เป็นที่กังวลองค์กรสิทธิมนุษยชนนานาชาติ เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพทางความคิดและการแสดงออกในประเทศไทย

แม้ที่ผ่านมาจะมีผู้เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยกับแนวคิดอุดมการณ์ของผู้เสียชีวิตก็ตาม แต่ก็ต้องไม่ลืมด้วยว่าข้อกล่าวหานั้นเป็นเรื่องทางความคิด ไม่ใช่การกระทำต่อทรัพย์สิน หรือเข่นฆ่าต่อชีวิตอย่างโหดร้ายทารุณ

อีกทั้งในขณะนี้ยังมีผู้ต้องหาในคดีลักษณะเดียวกันอีกหลายราย ซึ่งหลายรายยังไม่ได้ประกันตัว ถูกควบคุมอยู่ในเรือนจำ และบางรายยังคงอดอาหารประท้วง

จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกฝ่ายควรร่วมกันหารือหาทางออก หรือทุเลาบรรเทาต่อเรื่องเหล่านี้ โดยต้องตระหนักว่าผู้ต้องหาทางความคิดส่วนใหญ่คือคนหนุ่มสาว ทรัพยากรบุคคลในอนาคตของประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน