เป็นที่น่ากังขาว่าสมาชิกวุฒิสภาชุดนี้ ซึ่งหมดวาระไปแล้วตามรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม และอยู่ระหว่างรักษาการจนกว่าจะมีวุฒิสภาชุดใหม่
อ้างว่าต้องปฏิบัติตามหน้าที่ โดยเข้าชื่อไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกที่มีอยู่ ยื่นร้องต่อประธานวุฒิสภาเพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย
ว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้องที่ 1 และนายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้องที่ 2
ทั้งสองรายได้สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 ประกอบมาตรา 160 (4) (5) หรือไม่
นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม สมาชิกวุฒิสภา หนึ่งในผู้ที่ร่วมลงชื่อระบุว่า ถือเป็นการทำหน้าที่ฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทยและอำนาจที่มีอยู่แม้ในช่วงรักษาการ
อ้างว่าพบประเด็นการดำรงตำแหน่งของผู้ถูกร้องที่ 2 ที่มีผู้แสดงความเห็นในวงกว้าง และเวทีสาธารณะว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมกับความเป็นรัฐมนตรีหรือไม่
ตามข่าวระบุว่าผู้ที่ร่วมลงชื่อทั้ง 40 คนนี้ เป็นวุฒิสมาชิกสายอนุรักษนิยมและสายทหาร ซึ่งน่าจะไม่ได้อยู่กลุ่มที่โหวตให้ผู้ถูกร้องที่ 1 ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
การกระทำของวุฒิสมาชิกกลุ่มนี้ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่ามีมรรยาท ความเหมาะสมและมีอำนาจแท้จริงหรือไม่ ในเมื่อเป็นสมาชิกรัฐสภาที่มีฐานะแค่รักษาการเท่านั้น
ก่อนหน้านี้ สมาชิกวุฒิสภาบางคนอ้างว่าแม้วุฒิสภาชุดนี้จะหมดวาระไปแล้ว แต่ไม่ใช่รักษาการยังสามารถที่จะดำเนินการใดๆ ทุกประการ ยกเว้นอำนาจหน้าที่ตามบทเฉพาะกาล
แสดงความห้าวหาญชาญกล้าถึงขนาดว่าจะทำหน้าที่ต่อในส่วนที่คั่งค้างต่อไป โดยเฉพาะการโหวตแต่งตั้งกรรมการในองค์กรอิสระที่หมดวาระไป เพื่อจะได้ไม่ขาดตอน
ที่ผ่านมา วุฒิสภาชุดนี้ ก็เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงที่มาอยู่ไม่น้อย ไม่เป็นที่ยอมรับ ขาดความสง่างาม เนื่องจากได้รับการแต่งตั้งขึ้นมาเพื่อค้ำยันอำนาจกลุ่มบุคคลที่ล้มล้างประชาธิปไตย
แม้จะเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย แต่ไม่มีความยึดโยงใดๆ แม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังลุแก่อำนาจในช่วงท้าย ยื่นถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งที่มาจากประชาชนอย่างน่าสงสัยในความสุจริต