FootNote ผลสะเทือน “พฤษภา 2553” นิยาม นักต่อสู้ ประชาธิปไตย
เงาสะท้อนแห่งบรรยากาศเนื่องแต่การรำลึกเหตุการณ์การล้อมปราบและสลายการชุมนุมที่ราชประสงค์ในวันที่ 19 พฤษภาคม บ่งชี้ให้เห็นถึงการต่อสู้รอบใหม่
เด่นชัดยิ่งว่าเป็นการต่อสู้เพื่อให้นิยามความหมาย ต่อบทบาทของ “คนเสื้อแดง” ว่าดำรงอยู่อย่างไร
ที่สำคัญคือการหาคำตอบถึงการดำรงอยู่ใน “อนาคต”
คล้ายกับว่าทุกอย่างดำเนินไปเหมือนกับเป็นธรรมชาติหนึ่งในทางการเมืองมิได้เป็นเรื่องเฉพาะของ “คนเสื้อแดง” ที่แสดงบทบาทในเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553 เท่านั้น
ตรงกันข้าม ความแตกแยก ความเห็นต่างในลักษณะนี้ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วใน “คณะราษฎร” ที่เคยมีบทบาทในการต่อสู้เมื่อเดือนมิถุนายน 2475
ยิ่งคนที่เคยร่วมเคลื่อนไหวในสถานการณ์เดือนตุลาคม 2516 และในสถานการณ์เดือนตุลาคม 2519 ก็กลายเป็นแม่น้ำ แยกสายไผ่แยกกออย่างเห็นได้เด่นชัด
การเกิดขึ้นของความเห็นต่าง ความขัดแย้งของ “คนเสื้อแดง” ในสถานการณ์เดือนเมษายน พฤษภาคม 2553 จึงมิใช่เรื่องใหม่
ตรงกันข้าม การจัดงานเมื่อวันที่ 10 เมษายน ก็ชัดเจน
ความจริง การจัดงานเมื่อวันที่ 10 เมษายน ก็มีลักษณะแยกกันจัด อย่างเห็นได้จากที่ส่วนหนึ่งอยู่อนุสรณ์สถาน ขณะที่ส่วนหนึ่งอยู่ที่ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
เพียงแต่การจัดงานในวันที่ 19 พฤษภาคม พื้นที่มีความจำกัดมากยิ่งกว่า เพราะเป็นราชประสงค์ มิใช่ราชดำเนิน
ขณะเดียวกัน หากมองจากบุคคลที่เคยเป็นแกนนำและมีบทบาทเป็นอย่างสูงในสถานการณ์เดือนพฤษภาคม 2553 ก็ยากเป็นอย่างยิ่งในการตัดสินใจ
ไม่ว่าจะเป็น นายจตุพร พรหมพันธุ์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นประธานนปช. ไม่ว่าจะเป็น นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเลขาธิการ นปช.
แม้ว่า นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ผู้เคยมีบทบาทสำคัญในการฟื้นจิตวิญญาณคนเสื้อแดงพร้อมกับคำขวัญ “ที่นี่มีคนตาย”
ก็ตกอยู่ในความหนักใจไม่แพ้แกนนำ “นปช.” คนอื่นๆ
หนทางออกของสถานการณ์ในวันที่ 19 พฤษภาคมจึงน่าจะดำเนินไปเช่นเดียวกับเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม
นั่นก็คือ ดำรงอยู่สภาวะแม่น้ำแยกสาย ไผ่แยกกอ
เพียงแต่หากจะแสวงหาจุดร่วมอย่างมีนัยสำคัญก็คือ จุดร่วม ในการค้นหาและประกาศจุดยืนพื้นฐานอันเป็นเอกลักษณ์ร่วมของ “คนเสื้อแดง” เนื่องแต่การต่อสู้เมื่อเดือนพฤษภาคม 2553
นั่นก็คือ จิตวิญญาณในการต่อต้านรัฐประหาร จิตวิญญาณที่เอิบอาบด้วยประชาธิปไตย รักในความเป็นธรรม