FootNote:สัญญาณ จาก สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ส่งผ่านพื้นที่ สมาชิกวุฒิสภาใหม่
การลงสมัครเข้าสู่กระบวนการ “การเลือก” 200 สมาชิกวุฒิสภา “ใหม่” ที่เชียงใหม่ของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ กลายเป็นสัญญาณอันทรงความหมายยิ่งในทางการเมือง
ยืนยันไม่เพียงแต่บุคคลระดับ “อดีต” นายกรัฐมนตรี จะตระหนักในความสำคัญแห่งสมาชิกวุฒิสภา “ใหม่” เท่านั้น
หากแต่ดำเนินไปในลักษณะอันเป็น “ตัวแทน” เด่นชัด
เด่นชัดไม่เพียงเพราะ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เคยได้รับความไว้วางใจจากสภาผู้แทนราษฎรให้ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อเดือนกันยายน 2551 เท่านั้น
หากในการลงมติครั้งนั้น นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ยังเป็นตัวเลือกที่สำคัญของพรรคพลังประชาชน ให้เข้าดำรงตำแหน่งต่อจากนายสมัคร สุนทรเวช
อันไม่เพียงแต่สะท้อนถึงสายสัมพันธ์ของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่มีกับพรรคพลังประชาชน ซึ่งมีความต่อเนื่องมาจากพรรคไทยรักไทย หากแต่ยังต่อเนื่องมาถึงพรรคเพื่อไทย
เด่นชัดอย่างเป็นรูปธรรมว่าพรรคเพื่อไทยเองก็ต้องการ “พื้นที่” ในเวทีแห่ง 200 สมาชิกวุฒิสภา “ใหม่”
นี่ย่อมเป็นเงาสะท้อนจากทุก “การเลือกตั้ง” ที่จะเกิดขึ้น
หากมองจากพื้นฐานแห่งรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 และรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 เป้าหมายของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มีลักษณะก้าวหน้า
อย่างน้อยก็สะท้อนความพยายามที่จะทุบทำลาย กระบวนการสืบทอดอำนาจอันมาจาก “รัฐประหาร”
แต่เป็น “วิธีวิทยา” ในแบบของ “พรรคเพื่อไทย” เท่านั้น
วิธีวิทยาในแบบของพรรคเพื่อไทย โดยพื้นฐานอาจละม้ายกับเป้าหมายของพรรคอนาคตใหม่ ในการเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2562 และพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งเดือนพฤษภาคม 2566
เพียงแต่เกิดสภาวะหักเหในทางการเมือง หลังสถานการณ์เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 ส่งผลให้พรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล ยืนอยู่คนละด้านคนละมุม
นั่นก็คือกลายเป็นมุมเดียวกันกับพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย
กระนั้น ภายในกระบวนการตัดสินใจของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ประสานกับการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทย
ทิศทางของ “200 สมาชิกวุฒิสภาใหม่” อาจแปรเปลี่ยน
น้อยก็แปรเปลี่ยนจากเจตนาเดิมของคสช. แปรเปลี่ยนจากเจตนารมณ์อันดำรงอยู่ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 สะท้อนลักษณะอันเป็นการแข็งขืนแตกต่างออกไป
แตกต่างออกไปจากแนวทางในแบบของพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย ไม่มากก็น้อย
