FootNote การเมือง “เปราะบาง” อ่อนไหว ช่วงเปลี่ยน 250 สมาชิกวุฒิสภา
การขยับผ่าน 40 สมาชิกวุฒิสภา “เก่า” จากมือของประธานวุฒิสภาไปยังประธานศาลรัฐธรรมนูญ คือการส่งลูกและรับลูกทางการเมืองอย่างทรงพลังมากด้วยประสิทธิภาพ
เริ่มจากประสิทธิภาพในการเก็บรักษา “ความลับ” ตามมาด้วยพลังในลักษณะอันถือได้ว่าเป็น “กำลังภายใน”
ไม่ว่าจะมองผ่านความรวดเร็วของประธานวุฒิสภาในการรับและส่งเรื่อง ไม่ว่าจะมองผ่านความรวดเร็วของประธานศาลรัฐธรรมนูญในการกำหนดเป็นวาระแห่งการพิจารณา
ผลสะเทือนโดยพื้นฐานมิได้อยู่ที่การก่อให้เกิดการเคลื่อนไหว ภายในรัฐบาล ภายในพรรคเพื่อไทย แสดงถึงการตั้งรับอย่างแพรวพราวด้วยยุทธวิธีแห่งการถอย
ที่สำคัญและมากด้วยความแหลมคมก็คือ การยืนยันในอำนาจของสมาชิกวุฒิสภา “เก่า” บนความเชื่อที่ว่าหมดวาระไปแล้วโดยพื้นฐานตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม
จึงไม่เพียงแต่สมาชิกวุฒิสภาจะยังยืนยันในอำนาจที่มีอยู่
หากแต่ยังผ่านการรับรองอย่างเป็นทางการจากประธานวุฒิสภา และประธานศาลรัฐธรรมนูญอย่างหนักแน่นและจริงจัง
นี่คือสัญญาณแห่งการเคลื่อนไหวที่ย่อมจะตามมาแน่นอน
สัญญาณในทางการเมืองจึงมิได้หมายความว่าบทบาทของสมาชิกวุฒิสภาจะหมดไปตามวาระที่กำหนดตรงกันข้ามยังดำรงอยู่อย่างมากด้วยกัมมันตภาพในทางการเมือง
แม้อำนาจในการร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะหมดไปโดยปริยาย
กระนั้น อำนาจในการใช้ดุลพินิจในการเลือกและแต่งตั้งกรรมการขององค์กรอิสระ ไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าป.ป.ช. ไม่ว่ากกต.ตลอดจนกสทช.ก็ยังมีอยู่
เมื่อสามารถยื่นเรื่องถอดถอนรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีได้ ดังในกรณี นายพิชิต ชื่นบาน และ นายเศรษฐา ทวีสิน ไฉนจะไม่ สามารถพิจารณาคัดสรรองค์กรอิสระได้เล่า
ที่ต้องจับตาก็คือ หากกระบวนการใน “การเลือก” 200 สมาชิกวุฒิสภา “ใหม่” มีปัญหาและดำเนินไปในลักษณะยืดเยื้อ
บทบาทของ 200 สมาชิกวุฒิสภา “เก่า” ก็ไม่เปลี่ยนแปลง
การดำรงอยู่ระหว่าง 250 สมาชิกวุฒิสภา “เก่า” กับการเกิดขึ้นแห่ง 200 สมาชิกวุฒิสภา “ใหม่” จึงเป็นสถานการณ์สำคัญ
เป็นความสำคัญในห้วงแห่งการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง
โมงยามแห่งการเคลื่อนไหวที่ยังไม่ได้คำตอบอันแน่นอนเช่นนี้บทบาทของ “องค์กรอิสระ” และการดำรงอยู่ของ 250 สมาชิกวุฒิสภา “เก่า” จึงกลายเป็นคำถาม
ภายใต้สถานการณ์ที่อำนาจ “เก่า” พยายามยื้อเวลา ขณะที่อำนาจ “ใหม่” ก็ยังไม่ได้ก่อรูปและมีความแข็งแกร่งมั่นคง
สปอตไลต์จึงฉายจับ 250 สมาชิกวุฒิสภา “เก่า” แหลมคม