เป็นประเด็นให้ต้องติดตาม 3 คดีใหญ่ที่จะส่งผลต่อสถานการณ์ทางการเมืองช่วง 3 เดือนต่อจากนี้

ไล่เรียงจากล่าสุด กรณีอัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ฐานกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ สืบเนื่องจากเหตุให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศเมื่อปี 2558 หรือ 9 ปีก่อนในยุค คสช.

พร้อมนัดอดีตนายกฯ ให้มาพบอัยการเพื่อนำตัวส่งฟ้องต่อศาลในวันที่ 18 มิถุนายน 2567 เวลา 09.00 น. โดยต้องจับตาว่า นายทักษิณ จะได้รับการประกันตัวชั่วคราวในชั้นศาลหรือไม่

แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ในระยะหลังคดีมาตรา 112 ศาลจะให้ประกันตัวแทบทุกคดี

คดีถัดมา กรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้อง 40 สว.ที่ยื่นขอให้วินิจฉัยคุณสมบัตินายกรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน จากเหตุแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

พร้อมกับให้นายกฯ เศรษฐา ทำคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลภายใน 15 วัน หากนับตามปฏิทินเส้นตายจะอยู่ราววันที่ 8 มิ.ย.

ซึ่งในกรณีนี้เป็นเหตุให้นายเศรษฐา ต้องเชื้อเชิญนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ เจ้าของฉายาเนติบริกร มาเป็นที่ปรึกษาดูแลงานด้านกฎหมาย นั่งประจำการทำเนียบรัฐบาล คอยกลั่นกรองงานด้านกฎหมายให้นายกฯ และที่ประชุมคณะรัฐมนตรี

รวมถึงงานสำคัญคือสู้คดีคำร้อง 40 สว. ที่น่าจะช่วยให้นายกฯ มั่นใจมากขึ้น

สุดท้าย คดียุบพรรคก้าวไกล อันมีชนวนจากนโยบายหาเสียงแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อันเป็นเหตุแห่งการยุบพรรคและตัดสิทธิทางการเมืองคณะกรรมการบริหารพรรค 10 ปี

คดีนี้พรรคก้าวไกลขอขยายเวลาส่งคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้วทั้งสิ้น 3 ครั้ง ครั้งที่ 3 ศาลอนุญาตเป็นครั้งสุดท้ายตามคำขอ ครบกำหนดวันที่ 2 มิ.ย.นี้ จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาวินิจฉัย คาดว่ารู้ผลภายในไม่เกิน 2 เดือน

ทั้ง 3 คดีไม่ว่าผลลัพธ์ออกมาอย่างไร ผู้ถูกร้องต้องเคารพกระบวนการยุติธรรม และภายใต้กระบวนการเดียวกันก็ต้องเปิดโอกาสให้ฝ่ายผู้ถูกร้องได้นำเสนอพยานหลักฐานหักล้าง สู้คดีอย่างเต็มที่เช่นกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน