ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ วินิจฉัยว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 4 มาตรา ซึ่งเกี่ยวข้องกับวิธีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ

กรณีนี้สืบเนื่องจากผู้สมัครสว.หลายอำเภอของจังหวัดต่างๆ ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เกี่ยวกับการออกระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกสว. และการแนะนำตัวของผู้สมัคร

ศาลปกครองรับคดีไว้ ต่อมาผู้ร้องใช้สิทธิ์ตามมาตรา 212 แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 ขอให้ส่งคำโต้แย้งของผู้ฟ้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

ในที่สุดศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไม่ขัดหรือแย้ง ส่งผลให้การเลือกสว.ดำเนินต่อไปตามกรอบระยะเวลาที่กกต.กำหนดไว้

สำหรับการเลือกสว.ในขณะนี้ผ่านการเลือกระดับอำเภอ และระดับจังหวัดเรียบร้อยแล้ว ได้ผู้ผ่านเข้ารอบจำนวน 3,000 คน จากการเลือกกันเอง และเลือกไขว้ใน 20 กลุ่มสาขาอาชีพ

กระบวนการต่อไปเป็นการเลือกระดับประเทศ จะมีขึ้นในวันที่ 26 มิ.ย.2567 ที่อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จ.นนทบุรี ซึ่งกกต.กำหนดขั้นตอนการรายงานตัว และกระบวนการเลือกไว้เรียบร้อยแล้ว

โดยผู้สมัครที่ได้รับคะแนนสูงสุด 10 ลำดับแรกของกลุ่มนั้นๆ รวม 200 คน จะได้รับเลือกเป็นสว. ส่วนผู้ได้คะแนนลำดับที่ 11-15 ของกลุ่มจะอยู่ในบัญชีสำรอง 100 คน

กกต.ยืนยันจะประกาศผลรับรองการเลือกระดับประเทศ ตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้คือวันที่ 2 ก.ค.2567

การเลือกสว.ชุดใหม่ 200 คน ทดแทนสว.ชุดเก่า 250 คน แม้ใช้กระบวนการเลือกแบบระบบปิด และหลักเกณฑ์ที่ยุ่งยากซับซ้อนตามรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งเป็นผลผลิตของคณะรัฐประหาร 2557 เขียนระบุไว้

แต่ปรากฏว่ากลับได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไปพอสมควร มีการจัดรณรงค์เชิญชวนให้ประชาชนไปสมัครกันให้มากๆ เพราะจะช่วยสกัดกั้นการบล็อกโหวต หรือล็อกผลของกลุ่มเครือข่ายอำนาจ เพื่อจะได้สว.ที่เป็นของฝ่ายประชาชน

การที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์วินิจฉัยข้อกฎหมายเกี่ยวกับวิธีการเลือกสว. ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ จะส่งผลให้การเลือกสว.เดินหน้าต่อไปไม่สะดุด ที่ขณะนี้เข้าสู่การเลือกระดับประเทศ

ดังนั้น กกต.ผู้จัดการเลือกสว.ยังต้องเน้นย้ำเรื่องสุจริต เที่ยงธรรม โปร่งใส และประกาศผลในวันที่ 2 ก.ค.ตามที่กำหนดไว้ให้ได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน