FootNote:ประกาศ สงคราม ยาเสพติด ความมุ่งมั่น รัฐบาล เพื่อไทย
คำประกาศขีดเส้นตายให้กับ “ยาเสพติด” ของนายกรัฐมนตรีในการประชุมคณะรัฐมนตรี “สัญจร” ที่จังหวัดนครราชสีมา มีบทบาท และทรงความหมายเป็นอย่างสูง
ด้านหนึ่ง เท่ากับเป็นการยอมรับว่าปัญหาของยาเสพติดเป็นปัญหา “ระดับชาติ” ด้านหนึ่ง กำหนดกรอบประเมินผลใน 3 เดือน
จากเดือนกรกฎาคม สิงหาคม ไปยังเดือนตุลาคม
นี่ย่อมเป็น “วาระแห่งชาติ” อันสำคัญจากรัฐบาล ไม่เพียงแต่ก่อนการเริ่มต้นปีงบประมาณ 2568 เท่านั้น หากแต่ยังเท่ากับเป็น การปักหมุดต่อปัญหา “ยาเสพติด” อย่างเป็นรูปธรรม
ยิ่งเลือกประกาศในพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมายิ่งยึดโยงอยู่กับคำประกาศ “สงครามยาเสพติด” ของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย หลังการเลือกตั้งเดือนมกราคม 2544
เพราะว่าภายใต้คำประกาศ “สงครามยาเสพติด” ของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ไม่เพียงแต่เป็นผลสะเทือนจากความเป็นจริงอันเลวร้ายแห่งการแพร่ระบาดของยาเสพติดเท่านั้น
หากที่มองข้ามมิได้ยังได้รับแรงกระตุ้นและหนุนเสริมจากข้อเสนอของ “หลวงพ่อคูณ” อย่างแน่วแน่และมั่นคง
คือ ฐานที่มาแห่งความสำเร็จในการทำ “สงครามยาเสพติด”
ต้องยอมรับว่าภาพแห่งความสำเร็จในการทำ “สงครามยาเสพติด” คือรากฐานหนึ่งที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับรัฐบาลและกับพรรคไทยรักไทยอย่างลึกซึ้ง
บทสรุปร่วมที่ตรงกันจากผลงานครั้งนั้นก็คือ เท่ากับได้ฟื้นคืนความมั่นคงอบอุ่นภายใน “ครอบครัว” ให้หวนกลับและบังเกิดขึ้น
จึงนอกเหนือจากความชื่นชมต่อการปฏิบัติอย่างเป็นจริงของ นโยบาย “30 บาท รักษาทุกโรค” และนโยบาย “กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง” แล้ว
ผลสำเร็จและชัยชนะจากการประกาศ “สงครามยาเสพติด” เป็นอีกชัยชนะและความสำเร็จสำคัญที่ต่อเนื่องจากพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน มาถึงพรรคเพื่อไทย
น่าเสียดายที่ภายหลังรัฐประหารไม่ว่าจะเมื่อเดือนกันยายน 2549 ไม่ว่าจะเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ปัญหานี้ก็ได้หวนกลับ
การประกาศ “สงครามยาเสพติด” จึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วน
เป้าหมายหลักของรัฐบาลไม่ว่าในยุคพรรคไทยรักไทย ไม่ว่าในยุคพรรคเพื่อไทย คือการสร้างความเชื่อมั่น
เป็นความเชื่อมั่นทาง “เศรษฐกิจ” ความเชื่อมั่นทาง “สังคม”
ความสำเร็จเหล่านี้รัฐบาลยุคพรรคไทยรักไทยได้ทำให้เห็นเป็นรูปธรรมมาแล้ว การเดินหน้าของนายกรัฐมนตรีและของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย จึงเท่ากับเป็นการต่อยอด
จุดประกายแห่ง “ความหวัง” สร้างรากฐานแห่ง “ความเชื่อมั่น” อย่างมีนัยสำคัญต่อการเมืองในอนาคต

