FootNote:คำราม 250 สมาชิกวุฒิสภา ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
คนจำนวนหนึ่งอาจให้บทบาทและความหมายในเสียงคำรามอันมาจาก นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา “รักษาการ” จากจังหวัดพิจิตร ต่ำกว่าความเป็นจริง
เมื่อเทียบกับบทบาทของ นายเสรี สุวรรณภานนท์ เมื่อเทียบ กับบทบาทของ นายวันชัย สอนศิริ
อาจเป็นเพราะ 2 คนนี้เป็น “นักกฎหมาย” และมี “ชื่อเสียง”
ขณะที่ นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ เป็นชาวบ้านธรรมดา และค่อนข้างจะแสดงท่วงทำนองมึงวาพาโวยในที่ประชุมรัฐสภา อย่างโหวกเหวกท้าตีท้าต่อยอย่างเป็นพิเศษ
ทั้งๆที่ในความเป็นจริง นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ แสดงบทบาทในลักษณะอันเป็นตัวแทน แสดงแนวโน้มในลักษณะอันเป็นสัญญาณทางการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง
เพียงแต่ด้วยท่าทีและท่วงทำนองอันแตกต่างไปจากทนายความแบบ นายเสรี สุวรรณภานนท์ และ นายวันชัย สอนศิริ หรือสื่อในแบบ นายสมชาย แสวงการ
กระนั้น บทบาทของ นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ก็ไม่แตกต่างไปจากคนที่ออกหน้าอื่นๆไม่ว่าทนาย ไม่ว่าโหร
นั่นก็คือ ทำหน้าที่ส่ง “สัญญาณ” ทำหน้าที่ “เตือน”
แท้จริงแล้ว บทบาทที่ นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ แสดงออกในระหว่างการอภิปรายเปิดโปงโจมตีกระบวนการได้มาซึ่ง 200 สมาชิก วุฒิสภา “ใหม่” ก็อยู่ในยุทธศาสตร์เดียวกันของวุฒิสภา “รักษาการ”
เป็นบทบาทเหมือนกับที่เคยได้ยินจากพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เหมือนกับที่เคยได้ยินจากกปปส.
ก่อนรัฐประหาร 2549 ก่อนรัฐประหาร 2557
เป็นท่วงทำนองแห่งการข่มขู่อย่างเด่นชัด แต่ก็เป็นการข่มขู่ที่มิได้ดำรงอยู่ในแบบ “เกวียนอันว่างเปล่า” เนื่องจากเกิดขึ้นอย่างแนบแน่นกับอำนาจ “แฝง” ที่ดำรงอยู่ในทางการเมือง
กระบวนท่าทางการเมืองของ นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ภายใน 250 สมาชิกวุฒิสภา “รักษาการ” อ่านออก ยิ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งยิ่งเหมือนกับเป็นการเตือน
ทั้งหมดมิได้ขึ้นกับ นายกิตติศักดิ์ รัตนวราะ หากอยู่ที่เป็นการพูดในลักษณะอันเป็น “ตัวแทน” ในทางความคิด
จึงไม่เพียงแต่จะต้องทอดตามองบทบาทของคณะกรรมาธิการอันมาจากที่ประชุม 250 สมาชิกวุฒิสภา “รักษาการ” เท่านั้น
หากที่สำคัญคือท่าทีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง “กกต.”
ยิ่งพรรคภูมิใจไทย ยิ่งพรรคเพื่อไทย ที่ให้ความสนใจกับกระบวนการได้มาของ 200 สมาชิกวุฒิสภา “ใหม่” ยิ่งมีความจำเป็นอย่างเป็นพิเศษในการนำไปวิเคราะห์และศึกษา
เพราะเสียงคำรามของ นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ คือเสียง
เตือนถึงพลังอำนาจที่มีอยู่ว่าต้องการได้บทสรุปใดในทางการเมือง
