เป็นข่าวใหญ่ทั่วโลกจากเหตุการณ์มือปืนชายอายุ 20 ปี ก่อเหตุลอบยิง นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ จากพรรครีพับลิกัน ระหว่างการหาเสียง ในรัฐเพนซิลเวเนีย
แม้นายโดนัลด์ ทรัมป์ จะรอดชีวิตมาได้ฉิวเฉียด แต่ก็มีประชาชนผู้เข้าร่วมฟังปราศรัยสังเวยชีวิต 1 ราย บาดเจ็บสาหัส 2 ราย
สำนักข่าวต่างประเทศระบุว่า นับตั้งแต่เหตุการณ์นายโรนัลด์ เรแกน อดีตประธานาธิบดี ถูกมือปืนพยายามลอบสังหารเมื่อปี 1981 เป็นเวลากว่า 40 ปีไม่เคยเกิดเหตุการณ์ลอบยิงที่อุกอาจครั้งใดอีกเลยที่กระทำต่อประธานาธิบดี หรือผู้เข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี
เหตุการณ์นี้จึงเป็นภาพสะท้อนความรุนแรงทางการเมืองของสหรัฐ ในช่วงที่ทั่วโลกจับตาการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพฤศจิกายนนี้
มือปืนถูกเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาจับตายในที่เกิดเหตุจุดลอบยิง แต่การสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุแรงจูงใจ ยังดำเนินต่อไป แม้เบื้องต้นยังไม่พบผู้ร่วมขบวนการ และเชื่อว่าน่าจะเกิดจากการกระทำของคนคนเดียวก็ตาม
ขณะที่บรรยากาศการเมืองในสหรัฐ ผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครต และรีพับลิกัน สองพรรคต้นสังกัดของคู่ชิงตำแหน่งประธานาธิบดี โจ ไบเดน และโดนัลด์ ทรัมป์ ต่างก็กล่าวโทษกันไปมาว่า
ฝ่ายตรงข้ามมุ่งใช้ถ้อยคำรุนแรงในการหาเสียง ใช้วาทกรรมยั่วยุ ปลูกฝังความรุนแรงให้ประชาชนกลุ่มผู้สนับสนุน ว่าจำเป็นต้องสกัดกั้นคู่ต่อสู้ในทุกวิถีทาง
จนนำมาสู่ข้อสันนิษฐานว่า วาทกรรมเหล่านี้ได้ส่งผลต่อความพยายามก่ออาชญากรรมการเมืองร้ายแรง ซึ่งสุดท้ายแล้วไม่เป็นผลดีกับใครทั้งสิ้น
ในมุมมองนักภาษาศาสตร์ชี้ให้เห็นว่า การใช้ภาษาวาทกรรมคือรากฐานสำคัญในการสื่อสารประเด็นทางการเมือง
ไม่ว่าในสภา นอกสภา ในสนามเลือกตั้ง ไปจนถึงการปลุกระดมเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ๆ แทบทุกครั้ง ส่วนใหญ่ใช้เป็นเครื่องมือโจมตีฝ่ายตรงข้าม สร้างความชอบธรรมให้ฝ่ายตน
ในไทยก่อนรัฐประหารปี 2549 มีการใช้วาทกรรม “คาร์บ๊อง” ในเหตุการณ์ความพยายามลอบสังหารผู้นำประเทศขณะนั้น แต่ไม่สำเร็จ
ต่อมาในปี 2553 ฝ่ายรัฐใช้วาทกรรม “ล้มเจ้า” “เผาบ้านเผาเมือง” ปลุกระดมล้อมปราบประชาชนเสียชีวิตเกือบร้อยศพ บาดเจ็บนับพันราย ด้วยอาวุธปืนและสไนเปอร์ กระทั่งปัจจุบันก็ยังมีการใช้วาทกรรม “ล้มล้าง” กล่าวหาบางพรรค ปลุกปั่นเป็นศัตรูไม่อาจอยู่ร่วมแผ่นดิน
พฤติกรรมเหล่านี้จึงควรหยุด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงทางการเมืองทุกรูปแบบ ไม่ว่ากับพรรคการเมืองหรือกับประชาชนคนใดก็ตาม