FootNote:สถานะ กระแส เชิง “มวลชน” กระทบ เกศกมล เปลี่ยนสมัย
ไม่ว่า พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย จะปรารถนาหรือไม่ปรารถนา แต่ กรณีของ พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย ได้ทะยานไปอยู่ในสถานะเป็นประเด็น “ร้อน” แล้วในสังคมไทย
นี่มิได้เป็นเรื่องของ “หมอ” คนหนึ่ง นี่มิได้เป็นเรื่องของ “สมาชิกวุฒิสภา” คนหนึ่ง หากเป็นเรื่อง “ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์”
หากถามว่าการเกิดขึ้นของข่าวและการวิพากษ์วิจารณ์ที่ดำรงอยู่ และดำเนินไปในสังคมไทยขณะนี้มีรากฐานและความเป็นมาอย่างไร
คำตอบ 1 มาจากสถานการณ์ที่ดำรงอยู่อย่างผิดปกติภายใน กระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาอันกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
คำตอบ 1 การดำรงอยู่ของ พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย ไม่ว่าในสถานะอันเป็นสมาชิกวุฒิสภาที่ได้คะแนนสูงสุด ย่อมได้รับความสนใจเป็นอย่างสูง
เมื่อตรวจสอบถึงสายสัมพันธ์ในทางการเมืองที่มีพื้นฐานมา
จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นฐานการเมืองของกลุ่มสมาชิกวุฒิสภา “สายสีน้ำเงิน” จึงยิ่งเร้าความสนใจเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
คำตอบหนึ่งก็เนื่องจากบทบาท พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย
การถูกกวาดไปรวมอยู่กับกลุ่มสมาชิกวุฒิสภา “สายสีน้ำเงิน” ที่ยึดกุมจำนวนสมาชิกวุฒิสภาได้มากที่สุด 100 เศษในจำนวนมากทั้งสิ้น 200 ถือว่าเป็นเป้าถูกเฝ้ามองอยู่แล้ว
การดำรงอยู่ของ พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย ในชีวิตทางสังคมยิ่งกลายเป็นประเด็นก่อให้เกิดคำถาม
โดยเฉพาะการได้มาซึ่ง “ศาสตราจารย์” และ “ปริญญาเอก”
ยิ่งกว่านั้น ยังเป็นการแสดงบทบาทที่เกี่ยวพันกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับสถาบันการศึกษาหลายแห่งที่สัมพันธ์กับสถานะแห่ง “ศาสตราจารย์” และ “ปริญญาเอก” ที่ได้มา
ทุกอย่างดำเนินไปอย่างประสานกับคำเตือนของนักการเมืองท่านหนึ่งที่ว่า หากไม่พยายามอธิบาย หากไม่มีการชี้แจงความเข้าใจผิดเหล่านี้ก็จะค่อยๆ หมดบทบาทไป
แต่ในกรณีของ พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย ยิ่งเคลื่อนไหวยิ่งทำให้เกิดคำถาม ยิ่งสร้างความสงสัยเป็นทวีคูณ
ต้องยอมรับว่าเรื่องราวของ พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย ได้เข้าไปดำรงอยู่อย่างเป็นกระแสและมีลักษณะมวลชนอย่างเต็มเปี่ยม
ทุกคำถามจึงต้องการคำตอบอย่างไม่ขาดสายตามมา
คำถามที่แหลมคมอย่างที่สุดมิได้อยู่ที่ตัวของ พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย เท่านั้น หากแต่อยู่ที่ความรู้สึก “ร่วม” ใน 200 สมาชิกวุฒิสภาและโดยเฉพาะอย่างยิ่งกกต.
ความเงียบเฉยของกกต. ความเงียบเฉยของ 200 สมาชิกวุฒิสภาไม่น่าจะเป็นผลดีต่อ พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย
