FootNote:กรณี เกศกมล เปลี่ยนสมัย กระทบ 200 สมาชิกวุฒิสภา
การขยับของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ในกรณีของ พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย มากด้วยความแหลมคม และได้รับความสนใจเป็นอย่างสูงในทางการเมือง
ไม่เพียงเพราะชื่อของ พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย หากแต่ยังเป็นสถานะและภาพลักษณ์ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)
บทสรุปอันเกี่ยวกับ พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย คือจุดเริ่มต้น
แม้ดูเหมือนจะเริ่มต้นจากสถานะและสถานการณ์อันอื้อฉาว อย่างชนิดรั้งไม่หยุด ฉุดไม่อยู่จากข้อมูลจำนวนมากอันที่สัมพันธ์กับตัวตนของ พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ “ศาสตราจารย์” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ “ดุษฎีบัณฑิต” ไม่ว่าจะเป็นข่าวการเข้าไปแสดงบทบาทกับหลายสถาบันทางการศึกษา
ทั้งหมดล้วนมีรากฐานจากการกรอกประวัติลงในใบสมัครและได้รับการเผยแพร่อย่างเป็นทางการโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ทั้งสิ้น
จุดเริ่มนี้คาดหมายว่าไม่น่าจะมีเพียง พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย ผู้เดียว หากแต่มีอยู่จำนวนมากมาย
คำถามก็คือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)จะทำอย่างไร
ประเด็นว่าด้วยทำอย่างไรนี้มิได้มีเพียงแต่การได้มาซึ่ง 200 สมาชิกวุฒิสภาเท่านั้น หากแต่ยังครอบคลุมไปถึงการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2566 รวมถึงการเลือกตั้งท้องถิ่นหลายครั้ง
ผลงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)จึงดำรงอยู่ในลักษณะอันเป็นการท้าทายเป็นอย่างสูงในเรื่องประสิทธิภาพ
จากเดือนพฤษภาคม 2566 ยังมีหลายกรณีที่คณะกรรมการ การเลือกตั้งยังมิได้สร้างความชัดเจนในเรื่องของ “ใบแดง” โดยสงบนิ่งอยู่ในแฟ้มมิได้มีการพิจารณาอย่างจริงจัง
ขณะเดียวกัน คำถามและความสงสัยอันเห็นอย่างชัดเจนในกรณีการเลือกตั้งนายกอบจ.ปทุมธานี ในกรณีของ นายชาญ พวงเพ็ชร์ ก็กลายเป็นปัญหาโดยไม่มีท่าทีใดๆจากกกต.
กรณีของ พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย จึงเป็นโจทย์ใหม่และเป็นโจทย์ที่มากด้วยความอื้อฉาวร้อนแรงเป็นอย่างสูง
ท่าทีและบทสรุปของกกต.จึงอยู่ในสายตาของประชาชน
ความเป็นจริงที่รับรู้กันนับแต่ต้นเดือนกรกฎาคมเป็นต้นมาก็คือ การได้มาของบางส่วนใน 200 สมาชิกวุฒิสภา มีคำถาม
เป็นคำถามในเรื่องประวัติ เป็นคำถามในกระบวนการเลือก
หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีบรรทัดฐานที่มั่นคงก็ฉายชี้ให้เห็นได้ว่าภายใน 200 สมาชิกวุฒิสภามิได้มีแต่กรณีของพญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย เพียงผู้เดียว
การขยับของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต. )แม้จะมาพร้อมกับคำถาม แต่ทุกคำถามล้วนต้องการคำตอบอย่างรีบด่วน
