สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็น และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ชุมชนที่เกี่ยวข้อง และประชาชน เพื่อจะขยายพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกรุง
การจะขยายและผนวกเพิ่มกินอาณาบริเวณครอบคลุมพื้นที่ ต.คลองพา ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี และ ต.ตะกุกเหนือ อ.วิภาวดี จ.สุราษฎร์ธานี
ตามระเบียบในการกำหนดพื้นที่บริเวณใดเป็นอุทยานฯ การขยาย หรือการเพิกถอนอุทยานฯ ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน จะต้องรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ชุมชนที่เกี่ยวข้อง และประชาชน เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาดำเนินการ
กรณีอุทยานฯ แก่งกรุง กำหนดรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 30 ก.ค. ถึงวันที่ 15 ส.ค.2567
สำหรับการขยายพื้นที่ดังกล่าว สำนักอุทยานฯ ระบุว่ามีความจำเป็นและเหมาะสม เนื่องจากเป็นพื้นที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งพันธุ์ไม้ และสัตว์ป่าหายาก
การผนวกเป็นพื้นที่อนุรักษ์จะสามารถอนุรักษ์สภาพธรรมชาติของพื้นที่ให้คงอยู่ตามธรรมชาติ โดยเฉพาะทรัพยากรที่สำคัญๆ เช่น สัตว์ป่า พันธุ์พืช รวมทั้งเป็นแหล่งศึกษาวิจัยของสถานศึกษา และหน่วยงานต่างๆ
หากไม่มีการผนวกพื้นที่เป็นอุทยานฯ จะไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดได้ในพื้นที่ ซึ่งอาจทำให้มีการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า และล่าสัตว์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พื้นที่ป่าอนุรักษ์ และความหลากหลายทางธรรมชาติลดน้อยลง
การผนวกพื้นที่ยังสนองนโยบายรัฐบาลในการเพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้ร้อยละ 25 ของประเทศไทยอีกด้วย
การขยายและผนวกพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพิ่มขึ้น ย่อมเป็นผลดีต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ สัตว์ป่า และความหลากหลายของระบบนิเวศ
แต่จากบทเรียนที่ผ่านมา การขยายพื้นที่ป่าอนุรักษ์ได้ก่อผลกระทบ และความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน หรือชุมชนที่อาศัยอยู่โดยรอบพื้นที่ป่า ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่มาก่อน แล้วถูกทางการประกาศพื้นที่ทับภายหลัง
ดังกรณีที่ยังเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ คืออุทยานฯ ทับลาน ครอบคลุม จ.นครราชสีมา จ.ปราจีนบุรี และ จ.สระแก้ว มีพื้นที่ทับซ้อนครอบคลุมกว่า 2.65 แสนไร่
หวังว่ากรณีขยายพื้นที่อุทยานฯ แก่งกรุง จะเป็นการรับฟังความคิดเห็น และการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียอย่างแท้จริง