รัฐสภาจัดพิธีการรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ และนายบุญส่ง น้อยโสภณ เป็นรองประธานวุฒิสภา
เป็นอันว่าวุฒิสภาชุดใหม่จากการเลือกกันเองและเลือกไขว้ จักได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ มีผลสมบูรณ์ตามรัฐธรรมนูญแล้ว
ประธานวุฒิสภายืนยันในปณิธานอันแน่วแน่จะปฏิบัติงานเพื่อทดแทนคุณแผ่นดิน รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ รับใช้ประชาชนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
ถือเป็นสัญญาประชาคมที่ให้ไว้ต่อประชาชน โดยการปฏิบัติหน้าที่และผลงานตลอดช่วงวาระของวุฒิสภาชุดนี้จะเป็นเครื่องพิสูจน์ต่อไป
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้สมาชิกวุฒิสภาเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทยเช่นเดียวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากการเลือกตั้ง
ย่อมไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงำใดๆ และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์
มีหน้าที่และอำนาจพิจารณากฎหมายร่วมกับสภาผู้แทนราษฎรในฐานะรัฐสภา และการกลั่นกรองกฎหมายที่สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติให้ความเห็นชอบแล้ว
นอกจากนี้ ยังมีอำนาจและหน้าที่อื่น เช่น หน้าที่ให้คำแนะนำในการสรรหาและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญต่างๆ ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้
จริงอยู่การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาชุดนี้ อาจเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อยู่บ้าง เนื่องจากความซับซ้อน ซ่อนเงื่อน ซึ่งเจตนารมณ์ของผู้ร่างกฎหมายก็คงไม่คิดว่าจะออกมาในรูปแบบนี้
อีกทั้งเมื่อผลการเลือกออกมา ก็ปรากฏเป็นกลุ่มก้อนชัดเจน บางจังหวัดมีวุฒิสมาชิกมากกว่าสิบคน แต่หลายจังหวัดกลับไม่มีผู้แทนในสภาสูงเลยแม้แต่คนเดียว
ความเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ปรากฏเป็นที่ประจักษ์จากการเลือกประธานและรองประธานวุฒิสภา โดยมีคะแนนเสียงจัดตั้งไปในทิศทางเดียวกัน
เพื่อขจัดและลบข้อครหาว่าเป็นตัวแทนบางพรรคการเมือง สมาชิกวุฒิสภาจึงต้องเป็นอิสระ ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงำใดๆ ซึ่งประชาชนจะต้องร่วมกันตรวจสอบอย่างเข้มข้นนับจากนี้