องค์การเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก โดยคณะกรรมการมรดกโลก ประชุมสมัยสามัญ ครั้งที่ 46 ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย ในระหว่างนี้
มีมติประกาศรับรองอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของประเทศไทย ในชื่อภูพระบาท ประจักษ์พยานแห่งวัฒนธรรมสีมา สมัยทวารวดี
นับเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 8 ของประเทศ โดยอุดรธานีเป็นจังหวัดแรกที่มีแหล่งมรดกโลกรวมกัน 2 แหล่ง คือ แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง และอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ล่าสุด
เป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือ ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และรักษาสถานที่อันทรงคุณค่าแห่งนี้ ให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ เป็นสมบัติอันล้ำค่าต่อไป
ประเทศไทยมีแหล่งมรกดโลกที่ได้รับการประกาศรับรองรวม 8 แหล่ง เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมจำนวน 5 แหล่ง และแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติจำนวน 3 แห่ง ได้แก่
เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัย นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง เมืองโบราณศรีเทพ และอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
โดยมีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ และกลุ่มป่าแก่งกระจาน ซึ่งเป็นแหล่งมรดกทางธรรมชาติ
สำหรับอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท นอกจากเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 8 ของไทยแล้ว ยังเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 4 ต่อเนื่องจากอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์
ในโอกาสนี้ รัฐบาลได้เชิญชวนประชาชน รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติร่วมเฉลิมฉลองความสำคัญ โดยประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคมไปจนถึงวันที่ 12 สิงหาคม 2567
พร้อมจัดทำแผนการอนุรักษ์และพัฒนารองรับ จัดทำแผนบริหารการจัดการด้านการท่องเที่ยว ครอบคลุมถึงการอนุรักษ์ ต่อยอดองค์ความรู้ รวมทั้งพัฒนาสภาพแวดล้อมทางกายภาพอย่างเหมาะสม
ที่ผ่านมา รัฐบาลชุดนี้ได้วางแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวในทุกด้าน เพื่อดึงดูดชาวต่างชาติมาท่องเที่ยวในประเทศไทย แหล่งมรดกโลกจึงเป็นหนึ่งในแรงจูงใจให้ตัดสินเดินทางมาเยือน
เป้าหมายต่อไปคือการสนับสนุนให้จังหวัดน่านเป็นเมืองมรดกโลก เพื่อให้เป็นเมืองคู่ขนานกับหลวงพระบาง ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจักต้องเร่งจัดทำแผนและองค์ประกอบต่างๆ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาและลุ้นให้เป็นแหล่งที่ 9 ต่อไป