รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยการเปิดลงทะเบียนโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต สำหรับกลุ่มประชาชนที่มีสมาร์ตโฟน ผ่านแอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม

พบว่าแค่วันแรกมีผู้ลงทะเบียนสำเร็จแล้วกว่า 20 ล้านคน โดยยอดผู้ลงทะเบียนยังคงเพิ่มเรื่อยๆ ซึ่งระบบยังคงเปิดให้ยืนยันสิทธิได้ไปจนถึงวันที่ 15 กันยายน

ช่วงนี้ระบบจะตรวจสอบสิทธิของผู้ลงทะเบียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจะตอบกลับผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่วันที่ 22 กันยายนเป็นต้นไป รวมทั้งจะชี้แจงเหตุผล หากไม่ผ่านเงื่อนไข จะเปิดให้อุทธรณ์ได้

ส่วนผู้ที่ไม่มีสมาร์ตโฟน ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางนั้น เตรียมเปิดให้ลงทะเบียนและยืนยันตัวตนผ่านช่องทางต่างๆ ที่กำหนด ระหว่างวันที่ 16 กันยายนจนถึงวันที่ 15 ตุลาคม

สำหรับผู้มีสิทธิได้เงินดิจิทัล 10,000 บาท ในโครงการนี้ จะต้องเป็นประชาชนที่มีชื่อและที่อยู่ในทะเบียนบ้าน มีสัญชาติไทย อายุเกิน 16 ปี ณ เดือนที่ลงทะเบียน

ไม่เป็นผู้ที่มีเงินได้พึงประเมินเกิน 840,000 บาทต่อปีภาษี มีเงินฝากกับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจรวมกันไม่เกิน 500,000 บาท โดยนับยอดบัญชีสิ้นสุดตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2567

เงื่อนไขการใช้จ่าย ต้องระหว่างประชาชนกับร้านค้า พื้นที่ในระดับอำเภอ 878 อำเภอ การชำระเงินต้องเป็นแบบพบหน้า ให้ใช้จ่ายกับร้านค้าขนาดเล็ก รวมถึงร้านสะดวกซื้อขนาดเล็ก ไม่รวมห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกค้าส่งขนาดใหญ่

นอกจากนี้ กำหนดให้ใช้จ่ายระหว่างร้านค้ากับร้านค้า โดยร้านค้าที่สามารถรับการใช้จ่ายจากร้านค้านั้น ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขเชิงพื้นที่และขนาด จุดประสงค์ต้องการให้เกิดการใช้จ่ายหมุนเวียน

การที่มีผู้ลงทะเบียนอย่างล้นหลาม คาดว่าจะเกินกว่า 40 ล้านคนในวันปิดรับ สะท้อนความต้องการอยากร่วมโครงการนี้ว่ามีอยู่จริง ทั้งสะท้อนด้วยว่าประชาชนเดือดร้อนหนัก

สำหรับแนวทางการป้องกันการทุจริตนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะคณะอนุกรรมการด้านการตรวจสอบการกระทำที่อาจเข้าข่ายผิดหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ได้รายงานถึงปัญหา สาเหตุ และแนวทางการป้องกันแล้ว

โดยระบุว่าอาจมีสาเหตุและปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ เช่น การกรอกข้อมูลเท็จเพื่อให้ได้สิทธิ มีขบวนการซื้อสิทธิ นำเงินที่ได้ไปแลกเงินสด ซื้อสินค้าที่ไม่อยู่ในบัญชี การหลอกลวงผู้ด้อยโอกาส และการปลอมจีพีเอส

ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าโครงการนี้จะต้องโปร่งโส ถูกต้อง เป็นไปตามกฎหมาย ตรวจสอบได้ กระตุ้นเศรษฐกิจการใช้จ่ายระยะสั้นในชุมชนได้ ดังนั้น การป้องกันและปราบปรามจึงมีความสำคัญควบคู่กันไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน