การเมืองเดือนสิงหาคมนี้ เป็นที่จับตาอย่างมาก โดยเฉพาะ 2 เหตุการณ์สำคัญที่อาจนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองปัจจุบัน

กรณีแรกวันที่ 7 สิงหาคม ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดนัดลงมติและอ่านคำวินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกล และตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรค

จากนั้นอีก 1 สัปดาห์ ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดนัดวินิจฉัยและลงมติคำร้องกรณีกลุ่มอดีตสมาชิกวุฒิสภายื่นให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรี

ทั้งสองประเด็นนี้ มีบางกลุ่มเชื่อมั่นว่าจะส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในรัฐบาล ถึงขั้นเตรียมการผลักดันบุคคลที่ตนสนับสนุนขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี

ล่าสุดศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี

พบว่าร้อยละ 45.42 ระบุไม่เชื่อเลย รองลงมาร้อยละ 29.62 ระบุไม่ค่อยเชื่อ ร้อยละ 15.27 ระบุค่อนข้างเชื่อ ร้อยละ 8.63 ระบุเชื่อมาก และร้อยละ 1.06 ระบุไม่ตอบ ไม่สนใจ

สอบถามกลุ่มตัวอย่างที่เชื่อมากและค่อนข้างเชื่อว่าจะเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี พบว่าร้อยละ 31.95 ระบุเป็น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 30.99 ระบุเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย และร้อยละ 11.82 ระบุเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พรรคพลังประชารัฐ

แสดงว่ายังมั่นใจถึงจะเกิดอะไรขึ้น นายกรัฐมนตรีก็ยังอยู่ในซีกพรรคร่วมรัฐบาลเดิม โดยเฉพาะจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นแกนนำและมีเสียงข้างมากในสภา

ส่วนความเชื่อเกี่ยวกับการยุบพรรคการเมืองนั้น พบว่าตัวอย่างร้อยละ 32.44 ระบุไม่เชื่อเลย รองลงมา ร้อยละ 27.94 ระบุไม่ค่อยเชื่อ ร้อยละ 24.20 ระบุค่อนข้างเชื่อ ร้อยละ 13.44 ระบุเชื่อมาก

เมื่อถามกลุ่มที่เชื่อมากและค่อนข้างเชื่อว่าจะยุบพรรคการเมืองเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคที่ถูกยุบจะย้ายไปสังกัดพรรคร่วมรัฐบาล

พบว่าร้อยละ 40.97 ระบุค่อนข้างเป็นไปได้ รองลงมา ร้อยละ 27.99 ระบุเป็นไปได้มาก ร้อยละ 16.84 ระบุเป็นไปไม่ได้เลย และร้อยละ 14.20 ระบุไม่ค่อยเป็นไปได้

อย่างไรก็ตาม ผลจากคำวินิจฉัยทั้งสองเรื่องในเดือนนี้ อาจเปลี่ยนแปลงทางการเมืองบ้าง โดยเฉพาะการย้ายสังกัดกรณีพรรคถูกยุบ ส่วนจะถึงขั้นเปลี่ยนแปลงตัวนายกรัฐมนตรีหรือไม่ หลายฝ่ายยังมั่นใจว่าจะไม่เกิดขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน