ที่ประชุมวุฒิสภาลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 วงเงิน 1.22 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการเติมเงินผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท
โดยเห็นชอบด้วยคะแนน 139 เสียง ไม่เห็นด้วย 38 เสียง งดออกเสียง 18 และไม่ลงคะแนน 1 เสียง ซึ่งก่อนหน้านี้มติที่ประชุมเห็นชอบให้งดใช้ข้อบังคับการประชุมไม่ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ (กมธ.) แต่ให้พิจารณาด้วย กมธ.เต็มสภา 3 วาระรวดในวันเดียว
ขณะที่รัฐบาลยืนยันหลังที่ประชุมวุฒิสภาเห็นชอบ โดยระบุว่าขอน้อมรับความเห็นของ สว.ทุกคน เพื่อนำไปประกอบการปรับปรุง และขอให้มั่นใจว่าจะนำงบประมาณไปใช้ตามวัตถุประสงค์อย่างโปร่งใส
เป็นอันว่าโครงการดิจิทัลวอลเล็ตได้เงินงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อให้รัฐบาลนำไปใช้ในนโยบายตามที่หาเสียงไว้
สำหรับความคืบหน้าโครงการ ขณะนี้รัฐบาลเปิดให้ประชาชนที่มีโทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟนลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น เพื่อขอรับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ จะครบกำหนดวันที่ 15 ก.ย.
จากนั้นจะเปิดให้ประชาชนที่ไม่มีโทรศัพท์สมาร์ตโฟนลงทะเบียน โดยรัฐบาลเปิดจุดบริการต่างๆ เกือบ 6,000 แห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศไว้รองรับ
พร้อมทั้งเตรียมให้ร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการ ทั้งที่อยู่ในส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมาคมผู้ค้าปลีก ร้านธงฟ้า และนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการค้า รวมประมาณ 2 ล้านราย
เมื่อครบถ้วนแล้วจะเข้าสู่ขั้นตอนเติมเงินให้ประชาชน โดยนายกรัฐมนตรีระบุว่าจะพยายามทำให้ได้ในเดือน พ.ย.2567
ขณะเดียวกัน ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเปิดผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค โดยมั่นใจว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการเติมเงินดิจิทัลวอลเล็ตจะเดินหน้าได้ตามปกติ
คาดว่าเมื่อเติมเงินเข้าสู่ระบบ ในช่วง 3 เดือนแรกที่ใช้จ่าย จะทำให้เม็ดเงินสะพัดในระบบ 3-4 แสนล้านบาท และจะช่วยผลักให้เศรษฐกิจปี 2567 โตเพิ่มขึ้น 0.5-0.7 เปอร์เซ็นต์
การเติมเงินผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท เป็นโครงการใหญ่ของรัฐบาล เพื่อต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในระดับพายุหมุน ซึ่งต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก และเกี่ยวข้องกับกฎระเบียบวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด
ดังนั้น สังคมจึงคาดหวังว่ารัฐบาลจะดำเนินโครงการอย่างสุจริต ใช้งบประมาณอย่างโปร่งใส และตรวจสอบได้