นายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรีประเทศลาว มีกำหนดเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 ส.ค.2567 ตามคำเชิญของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีไทย

การมาเยือนครั้งนี้ มีกำหนดการสำคัญคือหารือทวิภาคีกับนายกฯ เศรษฐา โดยจะเน้นความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน พลังงาน ความเชื่อมโยง และการท่องเที่ยว

รวมทั้งประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของมนุษย์ เช่น ความร่วมมือเพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การค้ามนุษย์ การฉ้อโกงออนไลน์ และปัญหาหมอกควันข้ามแดน

รัฐบาลระบุว่า ลาวเป็นมิตรประเทศที่มีความสำคัญ เชื่อมั่นว่าการเยือนไทยจะเป็นโอกาสกระชับความร่วมมือ เพิ่มพูนความสัมพันธ์ และร่วมกันแก้ปัญหาเพื่อประโยชน์ของทั้ง 2 ประเทศ

ก่อนหน้านี้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เชิญตัวแทนกระทรวงการต่างประเทศ ภาคเอกชน และสมาคมไทย-ลาวมาให้ข้อมูล เพื่อติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศลาว

จากข้อมูลทราบว่าสถานการณ์เศรษฐกิจของลาวยังเติบโตปีนี้ร้อยละ 4 แม้จะมีความท้าทาย 4 เรื่องคือ 1.อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น 2.การอ่อนค่าของเงินลาว 3.ปริมาณเงินตราต่างประเทศ และ 4.ภาระหนี้ต่างประเทศที่กู้มาลงทุนโครงการพลังงาน และโครงการอื่นๆ

นอกจากนี้ กมธ.ยังติดตามความคืบหน้าการเชื่อมระบบขนส่งทางรางระหว่างไทยกับลาว เพื่อเชื่อมการขนส่งไปประเทศจีนตอนใต้ ที่ขณะนี้เดินหน้าไปค่อนข้างมาก

จะทำให้สินค้าไทยส่งไปลาวแล้วขึ้นไปจีนตอนใต้ได้รวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะผลไม้ เช่น ทุเรียน มังคุด เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม กมธ.แสดงความห่วงใยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับประชาชน สืบเนื่องจากการนำเสนอในเครือข่ายสังคมออนไลน์ของคนไทยไม่กี่คน ที่มีทัศนคติไม่สร้างสรรค์กับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งที่คนไทยส่วนใหญ่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของชาวต่างชาติ

ขณะที่ความสัมพันธ์ระดับรัฐบาลต่อรัฐบาลนั้น เป็นไปด้วยดี มีแต่จะมั่นยืน และเพิ่มพูนความสัมพันธ์ต่อกันยิ่งขึ้นไปอีก ดังจะเห็นได้จากการเชิญของนายกฯ ไทย และนายกฯ ลาวตอบรับมาเยือนอย่างเป็นทางการ

นอกจากกระชับสายสัมพันธ์ และความร่วมมือทางเศรษฐกิจแล้ว ยังมีเรื่องการแก้ปัญหายาเสพติด การค้ามนุษย์ ฝุ่นพิษข้ามชายแดน ภัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อาชญากรรมออนไลน์ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ปัญหาเหล่านี้ประเทศไทยไม่สามารถจัดการแก้ไขได้เพียงลำพัง ต้องอาศัยความร่วมมือจากประเทศลาวด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน