การเมืองเปลี่ยนผ่านจากยุครัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 เข้าสู่ยุครัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 31 อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาสั้นๆ แค่ 4 วัน
หลังพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แถลงเปิดใจต่อสื่อมวลชนครั้งแรก พร้อมตอบคำถามแนวนโยบายการทำงานของคณะรัฐบาลแพทองธาร ที่กำลังจะจัดตั้งขึ้น
แน่นอน รัฐมนตรีบางตำแหน่งอาจปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสม แต่ทั้งหมดตอนนี้ยังคงอยู่ภายใต้โครงสร้างเดิมที่ประกอบด้วยพรรคร่วมรัฐบาล 11 พรรค 314 เสียง มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ
ส่วนรูปโฉมรัฐบาลแพทองธาร ชุดแรก จะเป็นอย่างไรนั้น คาดว่าจะชัดเจนภายในสัปดาห์นี้
แม้จะเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี รวมถึงคณะรัฐมนตรีบางตำแหน่ง แต่โจทย์ปัญหาใหญ่ของประเทศไม่ได้เปลี่ยนตามคือ วิกฤตปัญหาเศรษฐกิจ ที่ไทยได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงด้านภูมิรัฐศาสตร์การเมือง เศรษฐกิจและสังคมโลก
ในอดีตรัฐบาลเศรษฐา เล็งเห็นความจำเป็นที่จะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ แก้ปัญหาปากท้อง กระตุ้นการใช้จ่าย เพิ่มความเชื่อมั่นเพื่อดึงดูดการลงทุน และฟื้นฟูเครื่องยนต์เศรษฐกิจของประเทศ
ผ่านนโยบายต่างๆ ไม่ว่านโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท แก้ปัญหาหนี้สิน ลดภาระค่าใช้จ่าย สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว เปิดประตูการค้าการลงทุน ฯลฯ
หลายนโยบายใกล้ผลิดอกออกผล น่าเสียดายที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ต้องพ้นไปก่อนด้วยคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ
กระนั้นก็ตามในการแถลงต่อสื่อมวลชน นายกฯ แพทองธาร ยืนยันถึงความตั้งใจผลักดันนโยบายเศรษฐกิจต่อเนื่อง ไม่ว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่, ปราบปรามยาเสพติด, 30 บาทรักษาทุกที่ และซอฟต์พาวเวอร์
สำหรับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท นายกฯ คนใหม่ยืนยัน ไม่มีใครสั่งล้มโครงการ แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจประเทศเปลี่ยนแปลงไป จะศึกษาและรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติม แน่นอนว่าต้องอยู่ในระเบียบ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง
จากคำแถลงดังกล่าวสรุปได้ว่า รัฐบาลจะไม่ล้มโครงการดิจิทัลวอลเล็ต แต่เพื่อลดความสุ่มเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองกับรัฐบาล อาจจะต้องปรับหลักเกณฑ์เงื่อนไขบางอย่าง
แต่ถึงที่สุดเชื่อว่า รัฐบาลชุดใหม่ยังต้องมีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ซึ่งจำเป็นต้องทำ โดยประชาชนหลายสิบล้านที่รอความหวังดิจิทัลวอลเล็ต คงไม่ผิดหวัง แม้จะต้องปรับเปลี่ยนอะไรบางอย่างหรือไม่ก็ตาม