จากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคกลาง และภาคใต้ รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังยังออกมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนด้านการเงิน

โดยผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจ 7 แห่งของรัฐ ประกอบด้วย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม

อาทิ การพักชำระหนี้ ลดอัตราดอกเบี้ย ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เป็นต้น

ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์จะเข้าไปดูแลเรื่องราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ โดยให้กรมการค้าภายใน และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด อย่าให้มีผลกระทบต่อประชาชน

นอกจากสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพแล้ว ยังเข้าไปดูแลเรื่องสินค้าสำหรับซ่อมแซมบ้านที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย โดยประสานร้านค้าต่างๆ เพื่อป้อนสินค้าเข้าพื้นที่ให้เพียงพอ พร้อมจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าด้วย

หลังน้ำลดก็ให้จัดสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด นำสินค้าที่จำเป็นสำหรับอุปโภคบริโภค สินค้าทำความสะอาด และการซ่อมแซมบ้าน เป็นต้น ไปจัดจำหน่ายในราคาพิเศษ

เป็นมาตรการส่วนหนึ่งของรัฐบาล นอกจากระดมเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือเฉพาะหน้าในพื้นที่ขณะนี้

การออกมาตรการต่างๆ ออกมาช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยอย่างหนักในขณะนี้ เป็นสิ่งที่ทุกรัฐบาลจำเป็นต้องทำอย่างยิ่ง และต้องรวดเร็วเร่งด่วน

กับอีกประการสำคัญหวังว่ารัฐบาลจะตระหนัก และมีเสียงสะท้อนเรียกร้องมากขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง และแม่น้ำสาขาแม่น้ำโขง

เนื่องจากสาเหตุหนึ่งของอุทกภัยเกิดจากการควบคุมปริมาณน้ำของเขื่อนขนาดใหญ่ในประเทศจีน ส่งผลให้การระบายน้ำในพื้นที่ดังกล่าวของไทยทำได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในบริเวณกว้าง และอาจกินระยะเวลายาวนานมากขึ้น

ดังนั้น รัฐบาลจะต้องเร่งประสานกับทางการจีน และวางแผนระยะยาวต่อกรณีนี้ด้วย เพราะเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน