ผ่าน 2 สัปดาห์ การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ โดยสูตรแบ่งสันปันส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีให้กับพรรคร่วมรัฐบาล ภายใต้การนำของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เริ่มเห็นเค้าโครงรูปร่าง
แม้รายชื่อรัฐมนตรีที่แต่ละพรรคร่วมเสนอมา ยังต้องผ่านขั้นตอนสำคัญก่อนนายกรัฐมนตรีจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อทรงแต่งตั้ง คือการตรวจสอบคุณสมบัติ ซึ่งมีความเข้มข้นลงลึกมากกว่าทุกครั้ง
ท้ายที่สุดยังอาจมีผลทำให้รายชื่อรัฐมนตรีบางคน ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้
กระนั้นก็ตาม ทุกอย่างยังอยู่ในเส้นทางตามที่แกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุ จะได้เห็นรัฐบาลใหม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์อย่างช้าไม่เกินกลางเดือนกันยายน
รัฐบาลของนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ยังคงรูปแบบการเป็น “รัฐบาลผสม” ที่ประกอบไปด้วยพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองหลายกลุ่มมารวมตัวกัน เพื่อจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากขึ้นบริหารประเทศ
องค์ประกอบรัฐบาลแพทองธาร มีทั้งเหมือนและแตกต่างจากอดีตรัฐบาลเศรษฐา ก่อนหน้านี้
ส่วนที่เหมือนคือ พรรคเพื่อไทยที่มีสส. 141 เสียง ยังเป็นพรรคแกนนำ มีพรรคภูมิใจไทย เป็นพรรคอันดับสอง 70 เสียง รวมไทยสร้างชาติ 36 เสียง ชาติไทยพัฒนา 10 เสียง ประชาชาติ 9 เสียง ชาติพัฒนา 3 เสียง ไทยรวมพลัง 2 เสียง
ส่วนที่แตกต่างคือ การจากไปของพลังประชารัฐในกลุ่มพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่มีอยู่ราว 18 เสียง กับการเข้ามาของประชาธิปัตย์ 21 เสียง จากที่มีอยู่ 25 เสียง
มีความซับซ้อนทั้งการจากไปของพลังประชารัฐ อันมีต้นเหตุจากความแตกแยกภายใน
กลุ่มร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นำ สส. 22 เสียงประกาศอิสรภาพตัดขาดจากพลังประชารัฐ นำกำลังไปสนับสนุนรัฐบาล พร้อม สส.อีก 5 เสียงจาก 5 พรรคเล็ก แลกกับโควตารัฐมนตรี “คนนอก” 3 ที่นั่ง
ขณะที่การเข้ามาร่วมของประชาธิปัตย์ 21 เสียง ถูกต่อต้านจาก 4 เสียงที่มีประวัติผูกใจเจ็บผู้มากบารมีเพื่อไทย กล่าวหาฝ่ายบริหารพรรคเสียบร่วมรัฐบาลเพราะหวังอำนาจลาภยศ
ทั้งที่การแสวงหาหนทางเข้าสู่อำนาจ เป็นเรื่องปกติของนักการเมือง ดีหรือเลวขึ้นอยู่กับว่าใช้อำนาจที่ได้มาอย่างไร เพื่อความผาสุกของประชาชนหรือไม่ เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ หากใช้อำนาจในทางที่ผิด ไม่ว่าฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน เมื่อการเลือกตั้งมาถึงก็จะโดนประชาชนตัดสินลงโทษเท่าเทียมกัน