ความเคลื่อนไหวของการคณะสงฆ์ล่าสุด มีเรื่องราวที่น่าสนใจสำหรับพุทธศาสนิกชน โดยเฉพาะ พระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชที่ทรงแต่งตั้งพระสังฆา ธิการในตำแหน่ง
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก องค์พระประมุขของคณะสงฆ์ไทย เสด็จลงพระวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
ประทานพระวโรกาสให้สมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะเจ้าคณะรอง เฝ้ารับประทานพระบัญชาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ
ประกอบด้วย ผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ และประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ
ทั้งนี้ ได้ประทานพระบัญชาให้สมเด็จพระมหา ธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ ปกครองดูแลคณะสงฆ์ ภาคเหนือและภาคกลางตอนบน
พระพรหมดิลก วัดสามพระยา เป็นเจ้าอาวาสวัดสามพระยา พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ อันเป็นการกลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง หลังพ้นมลทิน จากคดีความที่ถูกฟ้องร้องอย่างไม่เป็นธรรม
พระพรหมโมลี เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ และผู้รักษาการเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เป็นประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ อันมีหน้าที่เกี่ยวกับการ พระธรรมทูตต่างประเทศทั่วโลก
ทั้งสามตำแหน่งมีความสำคัญต่อ คณะสงฆ์อย่างยิ่งยวด เป็นผู้นำ กำกับ ดูแลความเรียบร้อยของพระภิกษุสามเณรและการเผยแผ่พระพุทธศาสนา อันเป็นภารธุระต่างพระเนตรพระกรรณพระมหา บพิตรสมภารเจ้า
นอกจากนี้ การประชุมมหาเถรสมาคมครั้งที่ผ่านมา อันมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม กรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออกเป็นประธาน
ที่ประชุมมีมติรับทราบการลาออกจากกรรมการ มหาเถรสมาคม ที่เป็นระดับพระราชาคณะเจ้าคณะรอง ฝ่ายมหานิกายรวมสองรูปด้วยกัน ประกอบด้วย
พระพรหมเสนาบดี (พิมพ์ ญาณวีโร ป.ธ.7) เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา เจ้าคณะภาค 7 และพระพรหมวัชรเมธี (สมเกียรติ โกวิโท ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม เจ้าคณะภาค 9
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ มิใช่เป็นความขัดแย้งในการคณะสงฆ์ แต่เป็นการเสียสละโดยแท้ คาดว่าเพื่อเปิดทางให้พระเถระระดับ พระราชาคณะเจ้าคณะรองอื่นที่เคยดำรงตำแหน่งอยู่ก่อน ถือเป็นความงดงาม และสามัคคีของคณะสงฆ์ในปัจจุบัน