คณะรัฐบาลชุดใหม่นำโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเตรียมแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภากลางสัปดาห์หน้า
เป็นนโยบายที่ตกผลึกร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งหลักใหญ่ไม่แตกต่างจากนโยบายของรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน เท่าใดนัก เพราะเป็นการทำงานต่อเนื่องโดยรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ
ที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก ทั้งหนี้สินครัวเรือน ปัญหาปากท้อง ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ยกระดับสินค้าเกษตร ปราบปรามยาเสพติด สนับสนุนซอฟต์พาวเวอร์ ฯลฯ
รวมถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ที่มีการปรับรายละเอียดให้สอดคล้องกับเงื่อนไขการใช้จ่ายงบประมาณ ก่อนเดินหน้าต่อตามไทม์ไลน์เดิมของรัฐบาลก่อน
การผลักดันการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจให้บรรลุเป้าตามนโยบาย การประสานงานอย่างมีเอกภาพเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการเป็นรัฐบาลผสมที่มีพรรคการเมืองมาทำงานร่วมกันจำนวนมาก
รัฐบาลชุดนี้ ถึงพรรคแกนนำจะได้กำกับดูแลกระทรวงเศรษฐกิจสำคัญ ไม่ว่ากระทรวงการคลัง คมนาคม พาณิชย์ การท่องเที่ยวฯ ดิจิทัลฯ และการต่างประเทศ
แต่อีกจำนวนหนึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของพรรคร่วม เช่น กระทรวงแรงงาน พลังงาน อุตสาหกรรม เกษตรและสหกรณ์
ดังนั้น บทบาทหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ซึ่งต้องทำหน้าที่ในการประสานงาน สั่งการ และติดตามการขับเคลื่อนดำเนินงานของกลไก ครม.เศรษฐกิจ ให้เป็นไปในทิศทางตามนโยบายรัฐบาลที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา จึงเป็นเรื่องสำคัญ
ช่วงจัดตั้งรัฐบาล มีกระแสข่าวนายกฯ แพทองธาร อาจมารับบทเป็นหัวหน้าทีมครม.เศรษฐกิจ ด้วยตัวเอง เพื่อส่งสัญญาณชัดเจนว่ารัฐบาลมีความมุ่งมั่นให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
ผลพวงวิกฤตโควิดเมื่อ 5 ปีก่อน ทำให้เศรษฐกิจไทยติดหล่ม ปัจจุบันยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ผู้นำรัฐบาลและทีมงานด้านเศรษฐกิจจึงต้องเข้าใจบริบทของปัญหาเศรษฐกิจในโลกยุคใหม่ที่แปรปรวนวันต่อวัน
หัวหน้าทีมเศรษฐกิจต้องทำหน้าที่ประสานและกำกับการดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจ ให้แต่ละกระทรวงเดินหน้าทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ไม่หลุดกรอบ
โดยมีเป้าหมายร่วมกันอยู่ที่การนำพาเศรษฐกิจก้าวไปข้างหน้า ประชาชนคนไทยอยู่ดีกินดี